วันอาทิตย์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แนวสอบตำรวจ ป.วิอาญา ชุด 4-30ข้อ

แนวข้อสอบตำรวจ ป.วิอาญา

๑.ก่อนสอบสวนปากคาผู้ต้องหา พงสฯ แจ้งข้อหาให้ทราบก่อนแล้ว จากนั้นแจ้งรายละเอียดในการกระทาผิดให้ทราบ ข้อใดถูกต้อง
ก) พงสฯ ปฏิบัติถูกต้องแล้ว
ข) พงสฯ ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ทาให้การสอบสวนเสียไป การสอบสวนไม่ชอบ อัยการไม่มีอานาจฟ้อง
ค) พงสฯ ปฏิบัติไม่ถูกต้อง การสอบสวนไม่เสียไป แต่จะรับฟังเป็นพยานยืนยันการกระทาผิดของผู้ต้องหาไม่ได้
ง) พงสฯ ปฏิบัติถูกต้องแล้ว ศาลอาจรับฟังหรือไม่ก็ได้ แล้วแต่ดุลพินิจศาล
คาตอบ ข้อ ค

๒.พงสฯ แจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบแล้ว ต่อมาสั่งไม่ฟ้อง โดยไม่มีพยานหลักฐานใดฟังได้ว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทาผิดอาญา นอกจากคาร้องทุกข์ของผู้กล่าวหาเท่านั้น ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) พงสฯ สามารถแจ้งข้อหากล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบได้ เพราะมีผู้กล่าวหาแจ้งความยืนยันการกระทาผิดไว้แล้ว
ข) พงสฯ ควรรวบรวมพยานหลักฐานตามสมควรก่อนว่าผู้ต้องหานั้นน่าจะได้กระทาผิดตามที่ถูกกล่าวหา จึงจะเรียกมาแจ้งข้อหาได้
ค) พงสฯ จะปฏิบัติตามข้อ ก. หรือ ข.ก็ได้ แล้วแต่ดุลพินิจตามสมควร
ง) พงสฯ อาจสั่งไม่ฟ้องโดยไม่ต้องแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาได้ เพราะมีเพียงผู้กล่าวหายันเพียงคนเดียว เป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องหา
คาตอบ ข้อ ข)

๓.ในคดีที่ไม่มีหมายจับ เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียกเข้าพบ หรือ เข้ามอบตัว พงสฯ เอง พงสฯ จึงแจ้งข้อหา แต่ไม่จับกุมและควบคุมตัวไว้และสอบสวนปากคาไว้ ข้อใดถูกต้อง
ก) ถือว่าเมื่อแจ้งข้อหาและเจตนามอบตัวแล้ว ย่อมเป็นการจับ
ข) ไม่ถือว่าเป็นการจับ ไม่ต้องคานึงเรื่องการผัดฟ้อง หรือ ฝากขัง
36
ค) ไม่ถือว่าเป็นการจับ แต่ในคดีศาลแขวงต้องนาตัวผู้ต้องหาไปยื่นคาร้องขอผัดฟ้อง
ง) ไม่ถือว่าเป็นการจับ เมื่อสอบสวนเสร็จแล้ว ให้สาบานตนเพื่อปล่อยตัวไป และนัดมาในวันส่งสานวนได้
คาตอบ ข้อ ข)

๔.รถจักรยานยนต์หายจากบ้านพักนาย ก.เวลากลางคืน ต่อมาอีก ๑ สัปดาห์ นาย ข.ขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวผ่านด่านตรวจถูกตรวจยึด ถามว่าชุดสายตรวจและ พงสฯ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๓๔
ก) ชุดสายตรวจ จัดทาบันทึกจับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลาง นาส่ง พงสฯ ดาเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ เวลากลางคืน หรือ รับของโจร พงสฯ รับตัว ควบคุมตัวไว้ดาเนินคดีต่อไปได้ทันที
ข) ชุดสายตรวจ จัดทาบันทึกตรวจยึดของกลาง นาส่ง พงสฯ ดาเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ เวลากลางคืน หรือ รับของโจร พงสฯ รับตัว รับของกลางไว้ ไม่ควบคุมตัว ผู้ต้องหาไว้ แต่สอบสวนปากคาแจ้งข้อหาดาเนินคดี นัดหมายมาพบเมื่อสอบสวนเสร็จเพื่อนาตัวพร้อมสานวนส่งพนักงานอัยการ
ค) ชุดสายตรวจ จัดทาบันทึกตรวจยึดของกลาง นาส่ง พงสฯ ดาเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ เวลากลางคืน หรือ รับของโจร พงสฯ รับตัว รับของกลางไว้ สั่งการให้ผู้ต้องหานั้นไปศาลเพื่อยื่นคาร้องขอออกหมายขังได้
ง) พงสฯ อาจใช้ดุลพินิจตามข้อ ข. หรือ ค.ก็ได้ แล้วแต่จะเห็นสมควร
คาตอบ ข้อ ง)

๕.รถจักรยานยนต์หายจากบ้านพักนาย ก.เวลากลางคืน ต่อมาอีก ๑ สัปดาห์ นาย ข.ขับขี่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวผ่านด่านตรวจถูกตรวจยึดในคืนวันเสาร์ ถามว่าชุดสายตรวจและ พงสฯ ปฏิบัติอย่างไรจึงจะถูกต้อง ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๓๔
ก) พงสฯ กักตัวผู้ต้องหาไว้นอกห้องควบคุม เพื่อรอศาลเปิดทาการวันจันทร์ (ศาลเปิดทาการ) และไปยื่นคาร้องขอออกหมายขังได้ในโอกาสแรก
ข) พงสฯ สอบสวน แจ้งข้อหาแล้ว ต้องปล่อยตัวไป พร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ต้องหาไปศาลในวันจันทร์ (ศาลเปิดทาการ)
เพื่อ พงสฯ จะได้ยื่นคาร้องขอออกหมายขังในโอกาสแรก
ค) พงสฯ ควบคุมไว้ดาเนินคดีตามปกติ เพราะในบันทึกจับกุมระบุข้อหาลักทรัพย์ หรือ รับของโจร ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าในข้อหารับของโจรได้
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ข)

๖.ในคดีฆาตกรรม ผู้ต้องหาอายุ ๑๘ ปีเศษ ในวันที่นาตัวผู้ต้องหาไปนาชี้ที่เกิดเหตุประกอบคารับสารภาพ ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) พงสฯ ต้องจัดให้มีทนายความไปร่วมกับผู้ต้องหาเพื่อนาชี้ที่เกิดเหตุด้วย
ข) พงสฯ ต้องแจ้งให้เขาทราบว่า เขามีสิทธิที่จะไม่ไปนาชี้สถานที่เกิดเหตุได้
ค) หลังจากกลับจากที่เกิดเหตุแล้ว พนักงานสอบสวนสอบปากคาเพิ่มเติมโดยไม่ต้องจัดให้มีทนายความ เพราะผู้ต้องหายืนยันว่าไม่ต้องการมีทนายความ
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ง)

๗.ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก) ผู้ต้องหาสามารถอ้างเอาผู้ต้องหาที่กระทาผิดด้วยกันเป็นบุคคลที่ตนไว้วางใจ เข้าร่วมฟังการสอบสวนได้
ข) ผู้ต้องหาสามารถอ้างให้บิดาซึ่งทางานต่างประเทศมาเข้าร่วมฟังการสอบสวนได้
ค) ผู้ต้องหามีสิทธิปลอมเอกสารแบบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (ป.๔) เพื่อประกอบการต่อสู้คดีอาญาที่ตนถูกกล่าวหาในคดีมีอาวุธปืนไว้ในความครองครองผิดกฎหมายได้
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ง)

๘.พงสฯ สอบสวนผู้ต้องหาโดยไม่ได้แจ้งให้เขาทราบว่า ถ้อยคาที่เขาจะให้การนั้น สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานยืนยันตัวเขา
ในชั้นพิจารณาคดีได้ ข้อใด ถูกต้องที่สุด
ก) คาให้การนั้นเสียไปใช้ไม่ได้เลย
ข) คาให้การนั้นไม่เสียไป ใช้ได้โดยต้องฟังพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย
ค) คาให้การนั้นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ค)

๙.การสอบสวนผู้ต้องหาอายุไม่เกิน ๑๘ ปี พงสฯ ไม่ได้แจ้งให้ อัยการ นักจิตวิทยา หรือ นักสังคมสงเคราะห์เข้าร่วม ผลทาง
กฎหมายจะเป็นอย่างไร
ก) เฉพาะคาให้การนั้นเสียไปใช้ไม่ได้เลย
ข) คาให้การนั้นไม่เสียไป ใช้ได้โดยต้องฟังพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย
ค) คาให้การนั้นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้
ง) ถือว่าเป็นการสอบสวนไม่ชอบ ส่งผลให้พนักงานอัยการไม่มีอานาจฟ้องคดีนั้นเลย
คาตอบ ข้อ ค)

๑๐.พงสฯ สอบสวนผู้ต้องหาโดยไม่จัดหาทนายความ หรือ บุคคลที่ผู้ต้องหาไว้วางใจ เข้าร่วมฟังการสอบสวน ผลทางกฎหมาย
จะเป็นอย่างไร
ก) คาให้การนั้นเสียไปใช้ไม่ได้เลย
ข) คาให้การนั้นไม่เสียไป ใช้ได้โดยต้องฟังพยานหลักฐานอื่นๆ ประกอบด้วย
ค) คาให้การนั้นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ค)

๑๑.พงสฯ สอบสวนปากคาผู้ต้องหา ๒ ครั้งๆ แรกได้แจ้งให้ทราบแล้วว่า ถ้อยคาที่ผู้ต้องหาให้การนี้ สามารถใช้เป็น
พยานหลักฐานยืนยันตัวจาเลยในชั้นพิจารณาคดีได้ แต่การสอบสวนครั้งที่ ๒ พงสฯ ไม่ได้แจ้งถึงสิทธิดังกล่าวให้ทราบ
จาเลยยังคงยืนยันปฏิเสธอีก ผลทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร
ก) การสอบสวนครั้งที่ ๒ พงสฯ ไม่จาต้องแจ้งให้ทราบว่า ถ้อยคาที่จะให้การเพิ่มเติมนี้อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน
ยืนยันตัวจาเลยในชั้นพิจารณาคดีได้ เพราะไม่มีอะไรจะยันจาเลย
ข) การสอบสวนครั้งที่ ๒ พงสฯ ต้องแจ้งให้ทราบอีกครั้งเสมอ ไม่มีข้อยกเว้นว่าไม่ต้องแจ้ง
ค) การไม่แจ้งตามข้อ ก) ทาให้คาให้การนั้นไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานเพื่อยืนยันตัวจาเลยได้
ง) การสอบสวนปากคาผู้ต้องหาครั้งที่ ๒ เสียไป
คาตอบ ข้อ ก ฏีกา ๖๙/๒๔๘๙ และ ๗๕๖๘/๒๕๔๖

๑๒.พงสฯ พูดจาหว่านล้อมให้ผู้ต้องหารับสารภาพ โดยบอกว่า จะช่วยเหลือทางคดีให้ศาลลงโทษสถานเบา ผู้ต้องหาหลงเชื่อจึง
ได้ให้การรับสารภาพ ผลทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร
ก) การสอบสวนไม่ชอบ คาให้การนั้นเสียไปทั้งหมด
ข) การสอบสวนไม่ชอบ ทาให้ทั้งสานวนเสียไป
ค) การสอบสวนชอบ เพียงแต่จะรับฟังคาให้การนี้ไม่ได้เท่านั้น
ง) การสอบสวนชอบ รับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ทั้งหมด
คาตอบ ข้อ ง

๑๓.ศาลจะรับฟังคาให้การผู้ต้องหาในข้อใดได้ โดยไม่ผิดกฎหมาย ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๓๕
ก) ถ้ารับสารภาพเสีย คงได้รับความเมตตากรุณาจากศาล เพราะเรื่องนี้มีพยานหลักฐาน แต่ความจริงยังไม่มีพยานหลักฐาน
ข) สอบสวนผู้ต้องหาเป็นเวลานานโดยผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาสอบสวน ผู้ต้องหาต้องตื่นนอนทุก ๒ ชั่วโมงและยอมรับสารภาพในที่สุด
ค) ก.ขับรถพลิกคว่า เพื่อนนั่งมาข้างๆ ตาย (ก.ไม่รู้เรื่องเพื่อนตาย) ตอนแรก ก.รับสารภาพว่าขับเอง ต่อมาปฏิเสธ พงสฯ บอกว่า ให้รับมาเสียเถิด เพราะเพื่อนยังไม่ตาย (เป็นความเท็จเพราะเพื่อนตายไปแล้ว) รู้ความจริงหมดแล้ว ก.จึงยอมรับสารภาพ
ง) รับสารภาพมาเสีย นายใหญ่จะได้กันไว้เป็นพยาน
คาตอบ ข้อ ค อ้างฎีกา ๙๒๔/๒๕๔๔

๑๔.พงสฯ พูดหว่านล้อมให้รู้สึกผิดชอบในการกระทา จะให้พ่อแม่และภรรยาเข้าเยี่ยม จนผู้ต้องหารับสารภาพ ต่อมาได้นาตัว
ไปขยายผล ติดตามตรวจค้นยึดยาบ้าและปืนผิดกฎหมายได้จานวนหนึ่ง ตามคารับสารภาพ ข้อใดถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา ม.
๑๓๕
ก) พงสฯ ฝ่าฝืน ม.๑๓๕ คารับสารภาพ ศาลจะไม่รับฟัง และพยานหลักฐานที่ได้มาก็ไม่ชอบ
ข) พงสฯ ฝ่าฝืน ม.๑๓๕ คารับสารภาพ ศาลจะไม่รับฟัง ส่วนพยานหลักฐานที่ได้มานั้นชอบแล้ว
ค) พงสฯ ฝ่าฝืน ม.๑๓๕ คารับสารภาพ ศาลรับฟังได้ แต่พยานหลักฐานที่ได้มา ไม่ชอบ
ง) พงสฯ ไม่ฝ่าฝืน ม.๑๓๕ คารับสารภาพ ศาลรับฟังได้ และพยานหลักฐานที่ได้มาก็ชอบด้วยกฎหมาย
คาตอบ ข้อ ง)

๑๕.ตารวจล่อซื้อเฮโรอีน ๑ ถุงได้จากจาเลย จากนั้น ตรวจค้นเฮโรอีนได้บริเวณหลังบ้านอีก ๖ ถุง ๓๕ หลอด จาเลยปฏิเสธว่า
เป็นของ ส.พ่อตา ตารวจจึงให้แม่ยาย ไปตาม ส.มาพบ หาก ส.มาก็จะปล่อยจาเลยพ้นข้อหามีเฮโรอีนอีก ๖ ถุง ๓๕ หลอด
แม่ยายบอกว่าไม่พบ ส.ตารวจจึงบอกกับจาเลยว่า เมื่อไม่ได้ตัว ส.มา จาเลยก็ต้องรับเอาเฮโรอีนจานวนหลังไว้และถูกแจ้ง
ข้อหาเพิ่มเติม จึงเขียนบันทึกตรวจค้นจับกุมว่า จาเลยรับสารภาพทั้งหมด ผลในทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร
ก) เข้าข่ายเป็นการกระทาด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้จาเลยรับสารภาพ ทาให้การจับกุมและสอบสวนไม่ชอบ
ข) เข้าข่ายเป็นการกระทาด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้จาเลยรับสารภาพ ทาให้คาให้การนั้นเสียไป
ค) เข้าข่ายเป็นการกระทาด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้จาเลยรับสารภาพ ทาให้คาให้การนั้นไม่เสียไป แต่ศาลจะรับฟังเพื่อยัน
ตัวจาเลยไม่ได้
จ) ยังไม่เข้าข่ายลักษณะชักจูง หรือ กระทาด้วยวิธีการใดๆ เพื่อบังคับให้จาเลยรับสารภาพ
คาตอบ ข้อ ง ฎีกา ๔๗๖๕/๒๕๔๓

๑๖.จาเลยเป็นแก็งค์ค้ายาบ้า ถูกตารวจจับกุมได้ยาบ้าจานวนหนึ่งในตัว ตารวจรู้ว่ายังมียาบ้าซุกซ่อนอยู่ในบริเวณบ้านอีก จึง
พูดจาเกลี้ยกล่อมว่า หากมียาเสพติดให้นามามอบให้ จะได้รับโทษเบาลง จาเลยจึงพาตารวจไปที่ตอไม้ล้วงเอายาบ้าอีก
จานวนมากที่ซุกซ่อนอยู่ในโพรงตอไม้นั้นให้ตารวจ ผลทางกฎหมายจะเป็นอย่างไร
ก) ถือว่าเป็นการโน้มน้าว เกลี้ยกล่อม ให้คามั่นสัญญากับผู้ต้องหา เป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.อาญา ม.๑๓๕ การสอบสวน
ปากคาเสียไป
ข) ไม่ถือว่าเป็นการพูดจาโน้มน้าว ให้คามั่นสัญญา ไม่ผิด ป.วิ.อาญา ม.๑๓๕ เพราะเป็นการพูดขณะปฏิบัติหน้าที่
ระหว่างตรวจค้นและจาเลยสมัครใจกระทาการเอง
ค) ถือว่าเป็นการโน้มน้าว เกลี้ยกล่อม ให้คามั่นสัญญากับผู้ต้องหา เป็นการฝ่าฝืน ป.วิ.อาญา ม.๑๓๕ แต่การสอบสวนปากคาไม่เสียไป ศาลไม่อาจรับฟังเพื่อลงโทษจาเลยได้
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ข ฎีกา ๑๕๔๒/๒๕๔๐

๑๗.ผู้ต้องหาและภรรยา เป็นแก็งค์ค้ายาบ้า กรณีใดไม่ถูกต้อง ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๓๗
ก) พงสฯ ตรวจที่เกิดเหตุในบ้านหลังหนึ่ง สั่งให้กักตัว ห้ามภรรยาผู้ต้องหาออกไปจากบ้านหลังนั้นได้ ระหว่างตรวจค้น
ข) พงสฯ กักตัวลูกชายอายุ ๑๕ ปี ไม่ให้ออกจากบ้านนั้นได้ด้วย ในระหว่างตรวจค้น
ค) พงสฯ กระทาการตามกรณีข้อ ก และ ข ได้อีก แม้ในระหว่างสอบสวนผู้ต้องหาอยู่ที่สถานีตารวจได้
ง) พงสฯ สั่งให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจหาร่องรอย คราบยาเสพติดให้โทษในบ้านพักผู้ต้องหาได้แม้ตนเองจะไม่อยู่ในที่บ้านหลังเกิดเหตุด้วย
คาตอบ ข้อ ค

๑๘.ข้อเท็จจริง ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๓๘
ก) พงสฯ มีสิทธิขอรับเอกสารเกี่ยวกับความเป็นมาแห่งชีวิตและความประพฤติอันเป็นอาจิณ จากท้องที่อื่นมา
ประกอบสานวนการสอบสวนในคดีที่ตนเองสอบสวนได้ และไม่จาเป็นต้องแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบ
ข) พงสฯ มีสิทธิคัดเลือกเอกสารต่างๆ ที่ได้มา โดยไม่รวมเข้าสานวนได้ เพราะเป็นดุลพินิจของ พงส.ฯ ที่จะ
คัดเลือกไม่ให้รกสานวนและไม่เกิดประโยชน์ในการนาสืบ
ค) วัตถุสิ่งของที่ไม่ใช่ของกลางในคดี แต่ได้มาระหว่างการสอบสวน ไม่ต้องจัดทาบัญชีของกลาง หรือ บัญชี
รายละเอียด ไม่ต้องนาเข้าในสานวนได้ เพราะไม่ได้เสนอให้อัยการฟ้องริบ
ง) ไม่มีข้อใดถูกต้อง
คาตอบ ข้อ ง

๑๙.ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๓๙ ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) พงสฯ สอบปากคาผู้ต้องหา ๒ ครั้ง ไม่นาคาให้การครั้งแรก ประกอบสานวน มีแต่ครั้งหลัง อ้างว่า ผู้ต้องหา ไม่ประสงค์จะให้นาคาให้การครั้งแรกประกอบสานวน
ข) พงสฯ สอบสวนผู้ต้องหาครั้งแรก ในฐานะผู้ให้ถ้อยคา หรือ พยาน โดยไม่ได้แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาให้ทราบ ต่อมาสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาๆ ขอยืนยันคาให้การเดิมทุกประการ
ค) คาให้การเดิมของผู้ต้องหานั้น ปฏิเสธลอยๆ ไม่มีประเด็นสาคัญ และ ผู้ต้องหาไม่ประสงค์จะใช้ของเดิม พงสฯ ก็ต้องนาประกอบสานวนด้วยเสมอ
ง) พงสฯ ท้องที่ใหม่ ไม่นาคาให้การผู้กล่าวหาที่เกิดจากการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายประกอบสานวนของตนที่ได้รับโอนสานวนมา ได้ (พงสฯ เดิม รับแจ้งความสอบสวนไม่ชอบไม่มีอานาจสอบสวน)
คาตอบ ข้อ ค อ้างฎีกา ๙๒๙/๒๕๓๗

๒๐.ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
ก) คดีไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทาความผิดและมีอัตราโทษจาคุกอย่างสูงไม่เกิน ๓ ปี ให้ พงสฯ ทาความเห็นควรให้งดการสอบสวน และเสนอไปยังพนักงานอัยการ
ข) คดีไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้กระทาความผิดและมีอัตราโทษจาคุกอย่างสูงเกิน ๓ ปี ให้ พงสฯ ทาความเห็นงดการสอบสวน และเสนอไปยังพนักงานอัยการ
ค) สานวนตามข้อ ก และ ข้อ ข เมื่อพนักงานอัยการสั่งให้งด หรือ ให้ทาการสอบสวนต่อไป ให้ พงสฯ ปฏิบัติไปตามนั้น
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ง

๒๑.ข้อใดต่อไปนี้ ถูกต้องที่สุด
ก) คดีที่ พงสฯ สั่งไม่ฟ้อง เสนอสานวนไปยังอัยการนั้น พงสฯ จะต้องสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหานั้นทันที
ข) คดีตามข้อ ก) พงสฯ ยังมีอานาจสั่งปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหานั้นได้
ค) คดีที่ พงสฯ สั่งฟ้อง จะต้องได้ตัวผู้ต้องหาไปพร้อมสานวนเพื่อส่งอัยการทุกคดีเสมอ
ง) คดีแจ้งข้อหาไม่จับกุมตัว ถึงวันนัดส่งสานวน ผู้ต้องหาไม่มา อัยการไม่มีสิทธิไม่รับสานวนการสอบสวนนั้น
คาตอบ ข้อ ข

๒๒.พงสฯ คดีแรกฝากขังจาเลยต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเป็นศาลที่ไม่มีเขตอานาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น ศาลอาญา
กรุงเทพใต้อนุญาตให้ฝากขังได้และมีคาสั่งปล่อยชั่วคราวจาเลยนั้นไป ต่อมามีพนักงานอัยการฟ้องจาเลยคนเดียวกัน (ใน
คดีหลัง) ต่อศาลนี้เป็นอีกคดีหนึ่งซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอานาจพิจารณาพิพากษาคดีหลัง ต่อไปนี้ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) ทนายจาเลยคดีหลัง ต่อสู้ว่า อัยการไม่มีอานาจฟ้องคดีหลังต่อศาล เพราะ พงสฯ คดีหลังไม่นาตัวผู้ต้องหาส่งอัยการพร้อมสานวนในคดีหลังก่อน เป็นการฟ้องไม่ชอบ
ข) ศาลไม่อาจรับฟ้องคดีหลังที่อัยการคดีหลังยื่นฟ้องต่อศาลได้ เพราะ พงสฯ ในคดีหลังไม่ส่งตัวจาเลยพร้อมกับสานวนให้พนักงานอัยการเพื่อฟ้องศาล อีกทั้งคดีแรกศาลไม่มีอานาจพิจารณาพิพากษาคดี ไม่อาจถือว่าผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวอยู่ในอานาจศาลแล้ว อันจะส่งผลให้อัยการในคดีหลังจะยื่นฟ้องคดีได้
ค) กรณีนี้ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ให้พนักงานอัยการต้องจัดการอย่างหนึ่งใดเพื่อให้ได้ตัวจาเลยมา (ให้ พงสฯ ติดตามนาตัวหรือจับกุมตัวมาเพื่อฟ้อง) ศาลสามารถสั่งนายประกันให้นาตัวผู้ต้องหาในคดีแรกมาศาลเพื่อฟังคาฟ้องของอัยการคดีหลังได้
ง) ถูกทั้งข้อ ก. และ ข.
คาตอบ ข้อ ค ฎีกา ๒๗๔๗/๒๕๕๑

๒๓.ข้อใด ถูกต้องที่สุด
ก) คดีอาญาเรื่องหนึ่ง ผกก.สั่งฟ้อง อัยการจังหวัดสั่งไม่ฟ้อง เสนอสานวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ๆ มีความเห็น
แย้งควรสั่งฟ้อง สานวนนี้ ต้องรอการชี้ขาดของอธิบดีอัยการเขตในพื้นที่นั้น
ข) คดีที่อัยการแจ้งคาสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง เฉพาะผู้เสียหาย และผู้ต้องหา เท่านั้น มีสิทธิขอทราบสรุปพยานหลักฐาน
พร้อมความเห็นของ พงสฯ และพนักงานอัยการ ในการสั่งคดีได้
ค) การขอรับสรุปพยานหลักฐานพร้อมความเห็นดังกล่าว จะยื่นขอในเวลาใดๆ ก็ได้
ง) ไม่มีข้อใดถูก
คาตอบ ข้อ ง

๒๔.ข้อใดไม่ถูกต้อง ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๔๓ วรรคสอง (ก)
ก) พนักงานอัยการ สั่งให้พนักงานสอบสวน นาตัวพยานอื่นที่ พงสฯ ไม่เคยสอบสวนมาก่อนในคดีนั้น เพื่อซักถามประกอบการสั่งคดีได้
ข) พนักงานอัยการมีอานาจสั่งให้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อหาดาเนินคดีกับพยานคนหนึ่งในสานวนคดีนั้นๆ ได้ และ พงสฯ ต้องปฏิบัติตาม
ค) พนักงานอัยการ สั่งการให้พนักงานสอบสวนอีกท้องที่หนึ่งเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหาในคดีที่ พงสฯ อีกท้องที่หนึ่งส่งไปให้ดาเนินคดีได้
ง) พนักงานอัยการ มีอานาจซักถาม บันทึกปากคาพยาน หรือ ผู้ต้องหา ที่ พงสฯ นาตัวไปพบเองได้
คาตอบ ข้อ ข)

๒๕.ข้อใด ถูกต้องที่สุด ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๔๓ วรรคท้าย
ก) จับกุมผู้ต้องหามาโดยไม่ชอบ เพราะไม่มีหมายจับ ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า ผู้ต้องหาตายระหว่างนาส่งพนักงาน
สอบสวน ไม่ต้องเสนอสานวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อสั่งคดี
ข) จับกุมผู้ต้องหาในความผิดซึ่งหน้า พลขับ ขับรถเร็วประมาทรถพลิกคว่าผู้ต้องหาตาย ไม่ต้องเสนอสานวนไปยัง
อัยการสูงสุดเพื่อสั่งคดี
ค) ผู้ต้องหาต่อสู้ขัดขวางระหว่างจับกุม ตารวจชกหน้าเพื่อระงับเหตุและป้องกันตัว ผู้ต้องหาตายทันที ต้องเสนอ
สานวนนี้ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อสั่งคดี
ง) ผู้ต้องหาที่ ๑ กับพวก หลบหนีการจับกุม ตารวจติดตามจับกุม ยิงยางรถที่ควบคุมผู้ต้องหาพลิกคว่า ผู้ต้องหาที่ ๒
นั่งมาด้วยกันฆ่าผู้ต้องหาที่ ๑ เพื่อปิดปากและตนเองหลบหนีไป ต้องเสนอสานวนนี้ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อสั่งคดี
คาตอบ ข้อ ง อ้างคาบรรยาย พล.ต.ต.สุวัณชัย ใจหาญ คาอธิบาย ป.วิ.อาญา เล่ม ๒ กทม.โรงพิมพ์มิตรสยาม.๒๕๓๖ หน้า ๓๙๙

๒๖.ข้อใด ถูกต้องที่สุด
ก) อัยการจังหวัดสั่งไม่ฟ้องคดีไว้แล้ว เสนอสานวนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อัยการสูงสุดยังมีอานาจสั่งฟ้องคดีนี้ได้
อีก
ข) อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้องคดีตามความเห็นแย้งของ ผบ.ตร.แล้ว ต่อมามีการร้องขอความเป็นธรรม อัยการสูงสุด
พิจารณาจากสานวนเดิม ย่อมมีอานาจกลับคาสั่งเป็นไม่ฟ้องได้
ค) คาสั่งไม่ฟ้องคดีนั้น แม้ผู้กล่าวหา ผู้ต้องหาจะทราบจาก พนักงานอัยการแล้ว พงสฯ ก็ต้องแจ้งให้ทราบอีกด้วย
ง) อัยการมีคาสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีแล้ว ต่อมา พงสฯ สามารถนาพยานที่ไม่เคยปรากฏในสานวนการสอบสวนมา
ก่อน แต่ศาลอาจรับฟังและลงโทษผู้ต้องหาในคดีนั้นได้ มารื้อฟื้นคดีใหม่ได้
คาตอบ ข้อ ง ๔๐๖๔/๒๕๒๔ ข) ๓๒๗๘/๒๕๒๒ ค) อ้างตามคาสั่ง มท.ที่ ๒๐๗/๒๕๐๐ ลง ๑๘ เม.ย.๒๕๐๐ ข้อ ๗ ง) อ้างคาบรรยาย ป.วิ.อาญา หน้า ๔๕๐ พ.ต.ท.จักรพงษ์ วิวัฒน์วานิช บก.รร.นรต.
๒๗.โทษของการละเลยไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานทาการชันสูตรพลิกศพ คือ
ก) ปรับไม่เกิน ๑๐๐ บาท
ข) ปรับไม่เกิน ๕๐๐ บาท
ค) ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท
ง) ปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท
คาตอบ ข้อ ค

๒๘.กรณีพบซากเด็กทารกที่วัดไผ่เงิน จานวนมาก ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) ต้องทาการชันสูตรพลิกศพ ทุกซาก
ข) อาจคัดเลือกชันสูตรพลิกศพบางศพได้ หากได้ความจริงว่า เป็นการตายผิดธรรมชาติเท่านั้น เพราะบางซากอาจ
แท้งสมบูรณ์ บางซากอาจตายภายหลังคลอด
ค) ไม่ต้องชันสูตรพลิกศพเลย เพราะเป็นเรื่องยุ่งยาก ไม่พยานหลักฐานสืบได้ว่าเป็นการทาแท้งสมบูรณ์ หรือ มีสภาพ
บุคคลหลังคลอดแล้วต่อมาตาย
ก) แล้วแต่นโยบายผู้บังคับบัญชาระดับสูงจะสั่งการให้ปฏิบัติอย่างไร ก็ปฏิบัติไปตามนั้น
คาตอบ ข้อ ก

๒๙.กรณีการนาศพเด็กไปเก็บไว้ที่สุสานวัดไผ่เงิน ผู้กระทาผิดต้องรับโทษฐานใด ข้อใดถูกต้องที่สุด
ก) ไม่แจ้งให้เจ้าพนักงานไปทาการชันสูตรพลิกศพ
ข) ซ่อนเร้น ย้าย ทาลายศพ หรือ ส่วนของศพเพื่อปิดบังการเกิด การตาย หรือ สาเหตุการตาย
ค) กระทาการใดๆ แก่สภาพศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะทาให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป
ง) กระทาผิดตามข้อ ค และเป็นการกระทาโดยทุจริต หรือ เพื่ออาพรางคดี
คาตอบ ข้อ ง

๓๐.ในคดีวิสามัญฆาตกรรม ตาม ป.วิ.อาญา ม.๑๕๕/๑ ข้อใด ถูกต้องที่สุด
ก) หมายความถึงเฉพาะกรณีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทาของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ หรือ
ตายในระหว่างการควบคุมของเจ้าพนักงานซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ เท่านั้น
ข) พนักงานอัยการ มีอานาจเพียงให้คาแนะนา ตรวจสอบพยานหลักฐานเท่านั้น ไม่อาจถามปากคาเอง หรือ สั่งให้
ถามปากคาได้
ค) พงสฯ จาเป็นต้องรออัยการเข้าร่วมสอบสวนคดีดังกล่าวเสมอ เพราะเจตนารมณ์กฎหมาย ต้องการให้อัยการเข้ามา
มีส่วนร่วมในคดีดังกล่าวเพื่อความบริสุทธิ์ยุติธรรม หากฝ่าฝืนย่อมเป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ง) ไม่มีข้อใดถูกต้อง
คาตอบ ข้อ ง

แนวสอบตำรวจ ป.วิอาญาชุด3-41ข้อ

แนวสอบตำรวจ ป.วิอาญา3
 ๑. นางสาวชมพู่อายุ ๑๗ ปี พักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่สถานีตารวจภูธรเมืองขอนแก่นถูกนายแดงมีบ้านอยู่ติดกันกระทาอนาจารโดยใช้กาลังประทุษร้ายขณะที่นางสาวชมพู่เดินผ่านหน้าบ้าน นางสาวชมพู่จะเข้าร้องทุกข์ต่อ นายอาเภอเมืองขอนแก่น ได้หรือไม่
ก.ไม่ได้ เพราะนายอาเภอเมืองขอนแก่นไม่มีอานาจสอบสวน
ข.ไม่ได้ เพราะการร้องทุกข์จะร้องต่อพนักงานสอบสวนเท่านั้น
ค. ได้เพราะการร้องทุกข์จะร้องต่อพนักงานฝ่ายปกครองก็ได้
ง. ได้เพราะนายอาเภอเมืองขอนแก่นมีอานาจสอบสวนอยู่แล้ว
เฉลยข้อ ค. ตามมาตรา ๑๒๔ วรรคแรก

๒. ข้อใดผิด
 ก. คาร้องทุกข์ต้องทาเป็นหนังสือ
 ข. ร้องทุกข์ด้วยปากไม่ได้ 
 ค. ผู้เสียหายร้องอาจทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ 
 ง. ผิดทุกข้อ
เฉลยข้อ ข. ตามมาตรา ๑๒๓ วรรคแรก ,วรรคสาม

๓. นายดาถูกจับกุมพร้อมด้วยของกลางซึ่งเข้าใจว่าเป็น โคเคน ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๒ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาให้นายดาทราบว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท ๒ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทาการสอบสวนจนเสร็จ รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง แต่จากผลการตรวจพิสูจน์ของกลางยืนยันว่าของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาใหม่ให้นายดาทราบว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ไม่ได้สอบสวนเพิ่มเติม เมื่อสอบสวนเสร็จสิ้นส่งสานวนให้อัยการ อัยการฟ้องนายดาต่อศาล ว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อใดถูก ก. ถือว่าการสอบสวนไม่ชอบ อัยการไม่มีอานาจฟ้อง ข. ถือได้ว่ามีการสอบสวนในความผิดฐานนี้แล้ว อัยการมีอานาจฟ้อง ค. การสอบสวนชอบแล้ว แต่อัยการไม่มีอานาจฟ้อง ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข. ธงคาตอบข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา วันเสาร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๓ ข้อ ๒ (ค) อ้างฎีกา ๗๔๒๒/๒๕๔๗ , ๓๔๒๓/๒๕๔๘

๔. ในคดีอาญาที่ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ในการชี้ตัวผู้ต้องหา ข้อใดถูก
ก. เมื่อผู้ต้องหาขอให้พนักงานสอบสวนจัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวผู้ต้องหาพนักงานสอบสวนต้องจัดให้ตามขอทุกคดี
ข. เป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่จะจัดให้มีการชี้ตัวผู้ต้องหาหรือไม่ก็ได้
ค. พนักงานสอบสวนจะจัดให้มีการชี้ตัวผู้ต้องหาต่อเมื่อผู้เสียหายร้องขอเท่านั้น
ง. ไม่มีขอใดถูก
เฉลยข้อ ข. ธงคาตอบข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา วันเสาร์ที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๕๓ ข้อ ๒ (ข) อ้างฎีกา ๒๘๓๔/๒๕๕๐

๕. ในกรณีผู้ต้องหาต้องขังตามหมายศาลและยังไม่ได้ถูกฟ้องต่อศาล การขอปล่อยตัวชั่วคราว ยื่นคาร้องต่อใคร
ก.พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีเพราะยังไม่ได้ฟ้องต่อศาล
ข.ยื่นต่อศาลนั้น
ค.ยื่นต่อพนักงานสอบสวนหรือต่อศาลก็ได้เพราะยังไม่ฟ้องคดีต่อศาล
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข. อ้างตามมาตรา ๑๐๖ (๒)

๖. ใครเป็นผู้มีอานาจยื่นคาร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ก.ผู้ต้องหา ข.จาเลย ค.ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง อ้างตามมาตรา ๑๐๖

๗. ตาม ป.วิอาญา มาตรา ๑๐๗ ได้กาหนดให้เจ้าพนักงานผู้รับคาร้องปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อได้รับคาร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวแล้ว เจ้าพนักงานดาเนินการอย่างไร
ก. รีบสั่งคาร้องโดยพลัน เพราะทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ข. รีบสั่งอย่างรวดเร็ว และพึงได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
ค. ค่อยเป็นค่อยไป
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข. อ้าง ตามมาตรา ๑๐๗

๘. การไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจะกระทาได้ต่อเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่า ก. ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ ข. คดีที่ยุ่งยากซับซ้อน ค. หลักประกันไม่น่าเชื่อถือ ง. ผู้ต้องหามีฐานะยากจน
เฉลยข้อ ค. อ้างตามมาตรา ๑๐๘/๑

๙. มีข้อพิจารณาในการขอปล่อยตัวชั่วคราวอย่างไรบ้าง ก.ความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยตัวชั่วคราวมีเพียงใดหรือไม่ ข.ในกรณีผู้ต้องหาถูกขังตามหมายศาล มีผู้เสียหายคัดค้านการประกัน ค.ความหนักเบาแห่งข้อหา ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. อ้างตามมาตรา ๑๐๘

๑๐. ในคดีที่มีอัตราโทษเท่าใดที่ศาลจะต้องถามพนักงานสอบสวนว่าจะคัดค้านการประกันตัวหรือไม่ ก.อัตราโทษเกิน ๓ ปี ข.อัตราโทษเกิน ๕ ปี ค.อัตราโทษเกิน ๗ ปี ง.อัตราโทษเกิน ๑๐ ปี
เฉลยข้อ ง. อ้างตามมาตรา ๑๐๙

๑๑. ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานตารวจ ร้องทุกข์แก่ตนเองก็ถือว่ามีการร้องทุกข์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ข. ร้องทุกข์โดยชอบแล้ว แต่พนักงานสอบสวนบกพร่องไม่ระบุข้อหาให้ครบถ้วน ก็ไม่ทาให้การร้องทุกข์เสียไป ค.ความผิดที่เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์โดยระบุความผิดเพียงบางข้อหาถือได้ว่า
ผู้เสียหายร้องทุกข์ในข้อหาอื่นด้วย ง. คาให้การของผู้เสียหายในชั้นสอบสวน ไม่ถือว่าเป็นคาร้องทุกข์
เฉลยข้อ ง. อ้างอิงโดยเทียบเคียงจากฎีกา ๑๖๑๔/๒๕๑๔ จาก สมศักดิ์ เอี่ยมพลับใหญ่.๒๕๔๖.สานักพิมพ์บัณฑิตอักษร. และข้อ ก.อ้างฎีกา ๒๙๒/๒๔๘๒ , ข้อ ข. อ้างฎีกา ๒๙๗๔/๒๕๑๖ , ข้อ ค. อ้างฎีกา ๒๔๒๙/๒๕๓๗

๑๒. นายสุเทพ ฯ อายุ ๑๗ ปี ถูกจับตามหมายจับของศาลในข้อหาทาร้ายร่างกายผู้อื่น นาส่งพนักงานสอบสวน ในการสอบสวนพนักงานสอบสวนได้จัดให้มีการสอบสวนโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว สรุปสานวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ส่งอัยการ อัยการเห็นว่าการกระทาของนายสุเทพฯเป็นความผิดฐานทาร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และยื่นฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลในฐานความผิด ทาร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส โดยมิได้สั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาเพิ่มเติม ก. อัยการไม่มีอานาจฟ้อง เพราะไมมีการสอบสวนในความผิดฐานนี้มาก่อน ข. อัยการไม่มีอานาจฟ้อง เพราะ การแจ้งข้อหานั้นต้องแจ้งทุกกระทงความผิด ค. อัยการมีอานาจฟ้องเพราะ การแจ้งข้อหาไม่จาต้องแจ้งทุกกระทงความผิด ง. ไม่มีข้อใดถูก
เฉลยข้อ ค. อ้างฎีกา ๓๗๕๙/๒๕๕๐

๑๓. จากข้อ ๑๒ ในการสอบสวนปากคานายสุเทพฯ พนักงานสอบสวนได้จัดให้มีทนายความ และแจ้งสิทธิตามกฎหมายแก่นายสุเทพฯผู้ต้องหาโดยชอบแล้ว เมื่อสอบถามผู้ต้องหาว่าต้องการผู้ใดเข้าฟังการสอบสวนหรือไม่ ผู้ต้องหายืนยันว่าไม่ต้องการผู้ใดเข้าฟังการสอบสวน ข้อใดถูกต้อง ก. การสอบสวนชอบแล้วเพราะมีการสอบถามความต้องการของผู้ต้องหาแล้ว ข. การสอบสวนชอบแล้วเพราะเป็นความประสงค์ของผู้ต้องหา ค.การสอบสวนไม่ชอบเพราะขณะกระทาผิดผู้ต้องหาอายุเพียง ๑๗ ปี ง. การสอบสวนไม่ชอบเพราะไม่จัดให้มีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการร่วมอยู่ด้วย
เฉลยข้อ ง. อ้างมาตรา ๑๓๓ ทวิ , ๑๓๔/๒

๑๔. หากมีความจาเป็นต้องจัดให้ผู้เสียหายหรือพยานที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน๑๘ปีชี้ตัวบุคคลใด จะต้องดาเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้อง ก. จัดในสถานที่ที่เหมาะสมสาหรับเด็ก ข. มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ค. มีบุคคลที่เด็กร้องขอ และ พนักงานอัยการร่วมด้วย ง. ทุกข้อรวมกัน
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๓๓ ตรีหนึ่ง

๑๕. ในการชี้ตัวผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๘ ปี ต้องดาเนินการอย่างไรจึงจะถูกต้อง ก. จัดในสถานที่ที่เหมาะสมสาหรับเด็ก ข. มีนักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ค. มีบุคคลที่เด็กร้องขอ ง. มีพนักงานอัยการร่วมด้วย
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๓๓ ตรี วรรคสอง

๑๖. ตามมาตร ๑๓๓ ทวิ ความผิดใดต่อไปนี้ ไม่ต้องจัดให้มีนักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่เด็กร้องขอและพนักงานอัยการร่วมด้วยในการสอบสวนปากคา ก. ลักทรัพย์ เมื่อผู้เสียหายหรือพยานไม่ร้องขอให้มีบุคคลใดร่วมฟังการสอบสวน ข.ชิงทรัพย์ ค.ปล้นทรัพย์ ง. กรรโชกทรัพย์
เฉลยข้อ ก อ้างมาตรา ๑๓๓ ทวิ

๑๗. เมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ให้ดาเนินคดีฉ้อโกง อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกง ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายเสียชีวิต บุตรของผู้เสียหายมีสิทธิถอนคาร้องทุกข์ได้หรือไม่ ก.ไม่มีสิทธิเพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ของผู้เสียหาย
ข. ไม่มีสิทธิเพราะไม่ได้รับมอบอานาจจากผู้เสียหาย
ค.มีสิทธิเพราะสิทธิขอถอนคาร้องทุกข์ในดีฉ้อโกงเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สินย่อมตกทอดแก่ทาทาย
ง.มีสิทธิเพราะสิทธินาคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ
เฉลยข้อ ค อ้าง ฎีกา ๒๐๖/๒๔๘๘ , ๑๑/๒๕๑๘, ๗๕๑/๒๕๔๑

๑๘. ในคดีความผิดต่อส่วนตัว ผู้เสียหายทาหนังสือมอบอานาจให้ไปร้องทุกข์โดยผู้รับมอบอานาจไม่ได้เซ็นชื่อรับมอบอานาจ ในกรณีนี้ถือว่า ก.การมอบอานาจชอบแล้ว แม้ผู้รับมอบอานาจไม่เซ็นชื่อ ก็ไม่ใช่สาระสาคัญ
ข. การมอบอานาจไม่ชอบเพราะผู้รับมอบอานาจไม่เซ็นชื่อรับมอบอานาจ
ค. การมอบอานาจไม่ชอบเพราะไม่ทาให้ถูกต้องตามแบบ ง.การมอบอานาจชอบแล้วเพราะกฎหมายกาหนดไว้แล้ว
เฉลยข้อ ก. อ้างฎีกา ๑๑๙๗/๒๕๒๒

๑๙. ผู้เสียหายร้องทุกข์ว่า ผู้ต้องหายักยอกทรัพย์ พนักงานสอบสวนสวนปากคาผู้เสียหายโดยมิให้สาบานหรือปฏิญาณตนก่อนให้ถ้อยคา การสอบสวนคดีนี้ชอบหรือไม่ ก. ไม่ชอบเพราะไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข. ไม่ชอบเพราะผู้เสียหายต้องสาบานหรือปฏิญาณตนทุกคดีก่อนให้ถ้อยคา ค.ชอบเพราะเป็นคดีเล็กน้อย ง.ชอบเพราะเป็นอานาจของพนักงานสอบสวนที่จะให้ผู้เสียหายสาบานหรือปฏิญาณตนก่อนให้ถ้อยคาก็ได้
เฉลยข้อ ง อ้าง มาตรา ๑๓๓ วรรคสอง และฎีกา ๖๑๔/๒๔๘๖

๒๐. ผู้เสียหายร้องทุกข์ว่าจาเลยยักยอก พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องจาเลยข้อหายักยอก แต่คดีนี้พนักงานอัยการเห็นว่า เป็นฉ้อโกง จึงยื่นฟ้องข้อหาฉ้อโกง จาเลยต่อสู้ว่าการสอบสวนไม่ชอบ พนักงานอัยการไม่มีอานาจฟ้องตามมาตรา ๑๒๐ ข้อต่อสู้ของจาเลยฟังขึ้นหรือไม่ ก. ฟังขึ้นเพราะไม่มีการสอบสวนในความผิดฐานฉ้อโกงมาก่อน ข.ฟังไม่ขึ้นเพราะเป็นเรื่องความเห็นแตกต่างกันในการปรับบทกฎหมายกับข้อเท็จจริงที่ได้ความตามทางการ
สอบสวนเท่านั้น
ค.ฟังขึ้นเพราะต้องหาข้อสรุปให้แน่ชัดก่อนว่าจาเลยผิดฐานใดก่อนฟ้อง
ง.ไม่มีข้อใดถูก
เฉลยข้อ ข อ้าง ฎีกา๔๓๐๘/๒๕๔๗ (ข้อสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี พ.ศ.๒๕๔๘ ข้อ ๘ )

๒๑. จาเลยสั่งจ่ายเช็คของธนาคารกรุงเทพ สาขาชุมแพ มอบให้โจทก์เพื่อเป็นการชาระหนี้ โจทก์นาเช็คไปเบิกเงินที่ธนาคารดังกล่าว ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ทั้งนี้ จาเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค โจทก์ ไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตารวจน้าพอง จาเลยต่อสู้คดีว่าการร้องทุกข์ไม่ชอบ ข้อต่อสู้ของจาเลย ฟังขึ้นหรือไม่ เพราะอะไร ก.ฟังขึ้น เพราะ พนักงานสอบสวนผู้รับคาร้องทุกข์ไม่มีอานาจสอบสวน ข. ฟังขึ้นเพราะ ที่เกิดเหตุอยู่ในเขต สถานีตารวจภูธรชุมแพ ค.ฟังไม่ขึ้นเพราะ กฎหมายมิได้บังคับให้ร้องทุกข์เฉพาะต่อเจ้าพนักงานผู้มีอานาจสอบสวนเสมอไป ง.ฟังไม่ขึ้นเพราะต้องร้องทุกข์ได้เฉพาะที่สถานีตารวจชุมแพเท่านั้น
เฉลยข้อ ค อ้างฎีกา ๒๙๗๔/๒๕๑๖ , ๑๕๓๔/๒๕๐๓ มาตรา ๑๒๔

๒๒. นางสาวสวย อายุ ๑๕ ปี เศษ ถูกนายหื่นกระทาอนาจารโดยใช้กาลังประทุษร้าย แล้วต่อมานางสาวสวย เข้าร้องทุกข์ด้วยตนเอง ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก.ไม่ชอบ นางสาวสวยร้องทุกข์จะต้องได้รับคายินยอมจากบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ข.ไม่ชอบ เพราะบิดามารดามิได้ลงลายมือชื่อในคาร้องทุกข์ของนางสาวสวยด้วย ค.ชอบเพราะกฎหมายมิได้บัญญัติให้ต้องได้รับความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมก่อน ง.ชอบเพราะให้บิดามารดามาลงลายมือชื่อในภายหลังก็ได้
เฉลยข้อ ค อ้างฎีกา ๓๙๑๕/๒๕๕๑ มาตรา ๒(๗) , ๑๒๓

๒๓. นางสาวสวย อายุ ๒๐ ปี ร้องทุกข์ต่อพันตารวจตรีทวีป ซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนแต่ในขณะนั้น พันตารวจตรีทวีป มิได้เข้าเวรสอบสวน แต่พันตารวจตรีทวีปฯก็สอบสวนในคดีดังกล่าวจนเสร็จสิ้น การร้องทุกข์ของนางสาวสวยฯชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก. ชอบด้วยกฎหมายแล้ว แม้พันตารวจตรีทวีปจะไม่ได้เข้าเวรก็มีฐานะเป็นพนักงานสอบสวน ข.ไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะผู้รับคาร้องทุกข์ไม่ได้เข้าเวร จึงไม่มีอานาจสอบสวน ค.ชอบด้วยกฎหมายร้องทุกข์ในเรื่องทั่วไปไม่เกี่ยวกับความผิดทางเพศ ง.ไม่ชอบเพราะต้องร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเวรเท่านั้น
เฉลยข้อ ก อ้างฎีกา ๓๐๙๖/๒๕๓๖ มาตรา ๒(๖) ,๑๒๑ , ๑๒๓

๒๔. นางสาวสวย อายุ ๑๕ ปี เศษ ผู้เสียหาย ถูกนายหื่นกระทาอนาจารโดยใช้กาลังประทุษร้าย แล้วต่อมานางสาวสวย เข้าร้องทุกข์ด้วยตนเอง ในการจดคาร้องทุกข์จะต้องดาเนินการอย่างไร ก. ไม่จาเป็นต้องให้มีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่ผู้เสียหายร้องขอ และพนักงานอัยการอยู่ร่วมด้วยก็ได้
เพราะยังไม่ใช่การสอบสวน ข. ต้องจัดให้มีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ บุคคลที่ผู้เสียหายร้องขอ และพนักงานอัยการอยู่ร่วมด้วย เว้นมีเหตุ
จาเป็น ค. ถูกทั้ง ก. และ ข ง. ผิดทั้ง ก. และ ข
เฉลยข้อ ข อ้างมาตรา ๑๒๔/๑

๒๕.ในคดีที่ต้องมีการชันสูตรพลิกศพ ก.เมื่อยังไม่มีการชันสูตรพลิกศพห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ข.เมื่อชันสูตรพลิกศพยังไม่เสร็จห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ค. เมื่อการชันสูตรพลิกศพไม่ชอบด้วยกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข อ้างมาตรา ๑๒๙ ฎีกา๑๒๙๙ – ๑๓๐๐/๒๔๘๑ , ๓๖๓/๒๔๙๓

๒๖. ในการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวนนั้น ก.รวบรวมเฉพาะเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ต้องหากระทาผิดเท่านั้น ข.รวบรวมเฉพาะเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ต้องหาบริสุทธิ์เท่านั้น ค.รวบรวมทั้งเพื่อพิสูจน์ว่าผู้ต้องหากระทาผิดหรือบริสุทธิ์ ง.ไม่มีข้อใดถูก
เฉลยข้อ ค อ้างมาตรา ๑๓๑

๒๗. การรวบรวมพยานหลักฐานในสานวนการสอบสวนนั้น ก.พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิด ข.รวบรวมเฉพาะพยานที่พนักงานสอบสวนสืบสวนหามาได้เองเท่านั้น ค.รวบรวมเฉพาะพยานที่ผู้เสียหายและผู้ต้องหายื่นต่อพนักงานสอบสวนเท่านั้น ง.พยานหลักฐานทางบุคคลภายนอกส่งมานั้นไม่อาจรวมเข้าในสานวนได้
เฉลยข้อ ก อ้างมาตรา ๑๓๑ ฎีกา ๑๓๙๐/๒๕๒๒

๒๘. ในการรวบรวมพยานหลักฐานนั้น พนักงานสอบสวนมีอานาจในข้อใด ก.ตรวจตัวผู้เสียหายแม้ผู้เสียหายไม่ยินยอม ข.ตรวจตัวผู้ต้องหาแม้ผู้ต้องหาไม่ยินยอม ค.ค้นเพื่อพบสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด ง. ถูกทั้งข้อ ข.และ ค.
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๓๒ (๑) (๒)

๒๙. ในการถามปากคาผู้เสียหายที่เป็นหญิงในความผิดเกี่ยวกับเพศ
ก.ต้องให้พนักงานสอบสวนหญิงเป็นผู้สอบสวน
ข.ให้พนักงานสอบสวนชายก็ได้หากผู้เสียหายยินยอมโดยให้บันทึกความยินยอมไว้
ค.ในกรณีจาเป็นก็ให้พนักงานสอบสวนชายก็ได้โดยให้บันทึกความจาเป็นไว้
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง อ้างมาตา ๑๓๓ วรรคสี่

๓๐. ในการตรวจตัวผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาที่เป็นหญิง ต้องทาอย่างไร จึงจะชอบด้วยกฎหมาย ก.ต้องให้เจ้าพนักงานที่เป็นหญิงหรือหญิงอื่นเป็นผู้ตรวจ ข.จะจัดให้มีบุคคลใดมาอยู่ร่วมในการตรวจไม่ได้เพราะเกรงว่าจะล่วงรู้ความลับ ค.ถูกทั้ง ก.และ ข. ง.ไม่มีข้อใดถูก
เฉลยข้อ ก อ้างมาตรา ๑๓๒ (๑) วรรคสอง

๓๑. ในการปล่อยตัวชั่วคราวของพนักงานสอบสวนมีระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน ๖ เดือนหากไม่สามารถสอบสวนได้เสร็จ และมีความจาเป็นที่จะต้องควบคุมผู้ต้องหาต่อไปนั้น จะต้องดาเนินการอย่างไร ก.ปล่อยตัวผู้ต้องหาพ้นข้อกล่าวหาไปเลย ข.ให้ส่งตัวผู้ต้องหามาศาลสั่งขังผู้ต้องหาตาม ป.วิอาญามาตรา ๘๗ วรรคสี่ถึงวรรคเก้า ค.ทาสัญญาประกันตัวใหม่ ง.ไม่มีอานาจที่จะควบคุมต่อไปอีกแล้ว
เฉลยข้อ ข อ้างมาตรา ๑๑๓ วรรคสอง

๓๒. คาสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก.ถ้าเป็นคาสั่งของศาลชั้นต้น ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์
ข. ถ้าเป็นคาสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา ค. คาสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวยืนตามศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๑๙ ทวิ

๓๓. ในกรณีที่ผู้ต้องหาประกันตัวในชั้นสอบสวน หากผิดสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา การดาเนินการในข้อใดจึงจะถูกต้อง ก. สานักงานตารวจแห่งชาติสามารถฟ้องตามสัญญาประกันได้ ข. พนักงานสอบสวนในฐานะตาแหน่งหน้าที่ของตนฟ้องบังคับตามสัญญาประกันได้ ค. พนักงานสอบสวนคนอื่นในสถานีตารวจเดียวกันฟ้องบังคับตามสัญญาประกันไม่ได้ ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข อ้างมาตรา ๑๑๙ ทวิ ฎีกา๗๙๓๐/๒๕๔๔ , ฎีกา ๒๕๕๕/๒๕๒๔

๓๔. นายเก่ง ได้ขอประกันตัวนายเขียว จาเลย ศาลได้อนุญาตให้ประกันตัว ต่อมานายเก่ง ผู้ขอประกันตัวตายก่อนผิดสัญญาประกัน ข้อใดถูกต้อง ก.หน้าที่ในการนาตัวจาเลยมาส่งศาลเป็นหน้าที่เฉพาะตัว ข.สัญญาประกันตัวระงับ ค.ความรับผิดตามสัญญาประกันตัวตกทอดไปยังทายาท ง. ข้อ ก และ ข ถูกต้อง
เฉลยข้อ ง อ้างฎีกา ๒๔๓๘/๒๕๒๒ (ความรับผิดตามสัญญาประกันตัวไม่ตกทอดไปยังทายาท)

๓๕. ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. ผู้ร้องทุกข์อาจถอนคาร้องทุกข์ได้จนกว่าคดีถึงที่สุด ข. คดีความผิดอันยอมความได้เมื่อถอนคาร้องทุกข์สิทธินาคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับ ค. สิทธิขอถอนคาร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อส่วนตัวเกี่ยวกับทรัพย์สินตกทอดแก่ทายาท ง. ถูกต้องทุกข้อ
เฉลยข้อ ง ( ก.อ้างฎีกา ๒๘๔-๒๘๕/๒๕๓๘ , ข. อ้างฎีกา ๑๙๒๕/๒๕๔๑ และ ค.อ้างฎีกา ๗๕๑/๒๕๔๑)

๓๖. การแจ้งข้อหาให้ผู้ต้องหาทราบมาตรา ๑๓๔ ข้อใดไม่ถูกต้อง ก.พนักงานสอบสวนต้องบอกให้ทราบว่าถ้อยคาที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานยันเขาในการ
พิจารณาได้ ข.ต้องเป็นคาให้การในฐานะผู้ต้องหาจึงจะใช้ยันจาเลยในชั้นพิจารณาได้ ค.เมื่อเตือนครั้งแรกแล้ว ต่อมามีการสอบสวนคาให้การผู้ต้องหาเพิ่มเติมไม่จาต้องเตือนอีก ง. ถูกต้องทุกข้อ
เฉลยข้อ ง ( ก. อ้างฎีกา ๑๓๐๔/๒๔๘๒ , ข. อ้างฎีกา ๑๕๘๑/๒๕๓๑ และ ค.อ้างฎีกา ๖๙/๒๔๘๙ )

๓๗. พนักงานสอบสวนจะไม่ทาการสอบสวนในกรณีใดต่อไปนี้ ก.เมื่อผู้เสียหายฟ้องคดีเองโดยมิได้ร้องทุกข์ก่อน ข.มีหนังสือกล่าวโทษเป็นบัตรสนเท่ห์ ค.บุคคลที่กล่าวโทษด้วยปากไม่ยอมบอกว่าเขาคือใคร หรือไม่ยอมให้บันทึกคากล่าวโทษ ง. ทั้งข้อ ก. ข.และ ค. พนักงานสอบสวนไม่ทาการสอบสวนก็ได้
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๒๒

๓๘.หลักเกณฑ์ในการสอบสวนผู้ต้องหา ในข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก.ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความเข้าฟังการสอบปากคาตนได้ ข. ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่องและเป็นธรรม ค. การสอบสวนผู้ต้องหาต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทาที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหากระทาผิดแล้วจึงแจ้งข้อหาให้
ทราบ ง. ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๓๔

๓๙.พนักงานสอบสวนนาผู้ต้องหาอายุไม่เกิน๑๘ ปี ไปชี้ที่เกิดเหตุโดยไมมีบุคคลต่าง ๆ ตาม มาตรา ๑๓๓ ทวิ ข้อใดไม่ถูกต้อง ก. การสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข. กรณีตามมาตรา ๑๓๓ ทวิ ใช้เฉพาะการสอบสวนเท่านั้น ค. กรณีตามมาตรา ๑๓๓ ทวิ ไม่ได้ใช้บังคับกับการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างอื่นๆด้วย ง. ถูกเฉพาะข้อ ข. และ ค. เท่านั้น
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๓๓ ทวิ ฎีกา ๖๔๗/๒๕๔๙

๔๐. การถอนคาร้องทุกข์ในคดีความผิดอาญาแผ่นดิน ก.สิทธินาคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับตามมาตรา ๓๙(๒) ข. ไม่ตัดอานาจของพนักงานสอบสวนที่จะทาการสอบสวน ค. ไม่ตัดอานาจของพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีนั้น ง. ถูกเฉพาะข้อ ข และ ค
เฉลยข้อ ง อ้างมาตรา ๑๒๖ วรรคสอง

๔๑. ร้อยตารวจเอกสุเทพฯใช้อาวุธปืนยิงนายนาวินฯถึงแก่ความตายในขณะเข้าจับกุมนายนาวินฯในข้อหาจาน่ายเสพติดให้โทษ ซึ่งนายนาวินฯต่อสู้ เหตุเกิดในท้องที่อาเภอเมืองขอนแก่น พนักงานสอบสวนเมืองขอนแก่น แจ้งข้อหาร้อยตารวจสุเทพเอกว่าฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทาการสอบสวนแล้ว อัยการจังหวัดขอนแก่นฟ้องร้อยตารวจเอกสุเทพฯ ต่อศาลจังหวัดขอนแก่น ร้อยตารวจเอกสุเทพฯ จาเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอานาจฟ้อง เนื่องจากไม่มีการชันสูตรพลิกศพ ข้อต่อสู้ของจาเลยฟังขึ้นหรือไม่
 ก. ฟังขึ้นเพราะพนักงานสอบสวนไม่ได้ชันสูตรพลิกศพ 
ข. ฟังขึ้นเพราะนายนาวินฯผู้ตายต่อสู้เจ้าพนักงานซึ่งกระทาการตามหน้าที่ 
ค.ฟังไม่ขึ้นเพราะกฎหมายห้ามมิให้ฟ้องเมื่อชันสูตรพลิกศพไม่เสร็จเท่านั้นแต่ในคดีนี้ไม่มีการชันสูตรพลิกศพจึงไม่
ต้องห้ามมิให้ฟ้อง
 ง. ฟังไม่ขึ้นเพราะกฎหมายบังคับว่าต้องชันสูตรพลิกศพให้ได้ก่อนฟ้อง
เฉลยข้อ ค อ้างมาตรา ๑๒๙ และฎีกา ๒๘๔-๒๘๕/๒๕๓๘


แนวสอบตำรวจ ป.วิ อาญา ชุด2-50ข้อ


แนวสอบตำรวจ ป.วิ อาญา2

ข้อ ๒.บ.พบกองไม้กระยาเลยไม่มีรอยภาคหลวงหรือรอยตรารัฐบาลขายอันเป็นไม้ผิดกฎหมายวางกองอยู่ข้างบ้าน ว. และ ว.รับว่ามีไม้หวงห้ามยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง บ.มีอานาจจับกุม ว.หรือไม่
ก.จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.ไม่มีอานาจจับโดยไม่มีหมายจับเพราะการกระทาของ ว.ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า
ค.จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะมีเหตุที่จะออกหมายจับตามมาตรา ๖๖(๒) แต่มีความจาเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจ
ขอให้ศาลออกหมายจับ ว.ได้
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข. (ฎีกาที่ ๒๕๓๕/๒๕๕๐)

ข้อ ๓.มีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไป พฤติการณ์แห่งคดีไม่ทราบว่าใครเป็นคนร้ายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตารวจพบ ก.ขณะขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวผ่านจุดตรวจ ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานพบว่า เป็นรถของผู้เสียหายที่ถูกโจรกรรมจริง เจ้าหน้าที่ตารวจมีอานาจจับกุม ก.หรือไม่
ก.จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.ไม่มีอานาจจับโดยไม่มีหมายจับเพราะการกระทาของ ก.ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า
ค.จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะมีเหตุที่จะออกหมายจับตามมาตรา ๖๖(๒) แต่มีความจาเป็นร่งด่วนที่ไม่อาจ
ขอให้ศาลออกหมายจับ ก.ได้
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข. (เทียบฎีกา ๒๕๓๕/๒๕๕๐)

ข้อ ๔.เจ้าหน้าที่ตารวจจับกุมจาเลยที่ ๒ ซึ่งร่วมกับจาเลยที่ ๑ ในการกระทาผิดฐานขายเมทแอมเฟตามีนขณะจาเลยที่ ๒ ขายเมทแอมเฟตามีนให้แก่เจ้าหน้าที่ตารวจ เมื่อจาเลยที่ ๒ ถูกจับกุมแล้วได้นาเจ้าหน้าที่ตารวจไปจับกุมจาเลยที่ ๑ ในห้องพักจาเลยที่ ๑ ต่อเนื่องกันทันที จากการตรวจค้นจาเลยที่ ๑ พบเมทแอมเฟตามีนอีก ๙๕ เม็ด การกระทาของเจ้าหน้าที่ตารวจชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก.ไม่ชอบเพราะการกระทาของจาเลยที่ ๑ ไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า เฉพาะการกระทาของผู้ต้องหา ที่ ๒ เป็นความผิด
ซึ่งหน้า
ข.ไม่ชอบเพราะเจ้าหน้าที่ตารวจไม่มีหมายค้น
ค.ชอบด้วยกฎหมาย เพราะถือว่าการกระทาของจาเลยที่ ๑ เป็นความผิดซึ่งหน้า จับได้โดยไม่มี หมายจับและหมาย
ค้น
ง.ข้อ ก.และข้อ ข.ถูก
เฉลยข้อ ค.(ฎีกาที่ ๑๒๕๙/๒๕๔๒)

ข้อ ๕.เจ้าหน้าที่ตารวจแอบซุ่มดูอยู่ห่างจากห้องเกิดเหตุประมาณ ๘ เมตร เห็นจาเลยส่งมอบเมทแอมเฟตามีน ๑๐ เม็ดให้แก่สายลับเมื่อเข้าตรวจค้นห้องเกิดเหตุพบเมทแอมเฟตามีนอีก ๘ เม็ด เจ้าหน้าที่ตารวจมีอานาจค้นและจับกุมจาเลยโดยในฐานความผิดใดโดยไม่มีหมายค้นและหมายจับหรือไม่
ก.มีอานาจค้นและจับกุมในความผิดฐานจาหน่ายยาเสพติดให้โทษเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.มีอานาจค้นและจับกุมในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายซึ่งเป็นความผิดซึ่งหน้าหากการตรวจค้นจับกุมกระทาต่อเนื่องกัน
ค.ไม่มีอานาจค้นและจับกุมในความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจาหน่ายเนื่องจากไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าแม้การตรวจค้นจับกุมกระทาต่อเนื่องกันก็ตาม
ง.ข้อ ก.และข้อ ข.ถูก
เฉลยข้อ ง.(ฎีกาที่ ๒๘๔๘/๒๕๔๗)

ข้อ ๖.เจ้าหน้าที่ตารวจเข้าตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุโดยไม่มีหมายค้นแต่ได้รับความยินยอมจากมารดาจาเลยซึ่งเป็นเจ้าของบ้านแล้ว ประกอบการก่อนทาการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ตารวจเห็นจาเลยโยนสิ่งของออกไปนอกหน้าต่างเมื่อตรวจดูพบว่าเป็นเมทแอมเฟตามีน เจ้าหน้าที่ตารวจมีอานาจจับกุมจาเลยโดยไม่มีหมายจับและหมายค้นได้หรือไม่
ก.จับได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.จับไม่ได้เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า
ค.จับไม่ได้เพราะจาเลยไม่ใช่เจ้าของบ้านจึงต้องมีหมายค้นด้วย
ง.ข้อ ข.และข้อ ค.ถูก
เฉลยข้อ ก.(ฎีกาที่ ๑๑๖๔/๒๕๔๖)

ข้อ ๗.คืนเกิดเหตุมีการลักลอบเล่นการพนันกันบนบ้านผู้มีชื่ออันเป็นที่รโหฐาน ผู้เสียหายกับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตารวจแต่ไม่ใช่ตารวจชั้นผู้ใหญ่ได้รับคาสั่งให้ไปจับกุม ได้พากันไปยังบ้านที่เกิดเหตุ แต่ไม่มีหมายจับหรือหมายค้นไปด้วยไปถึงบ้านที่เกิดเหตุได้แอบดูเห็นคนบนเรือนประมาณ ๕๐ คน ทั้งที่กาลังเล่นและมิได้เล่นการพนันกันอยู่ กรณีเช่นนี้ผู้เสียหายกับพวกมีอานาจเข้าไปในบ้านที่เกิดเหตุและจับกุมผู้ที่ลักลอบเล่นการพนันได้หรือไม่
ก.ได้ เพราะถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้ากาลังกระทาลงในที่รโหฐาน
ข.ไม่ได้ แม้จะเป็นความผิดซึ่งหน้าแต่กรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งที่จะสามารถทาการค้นในเวลากลางคืน
ได้
ค.ได้ เพราะถือเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง.(ฎีกาที่ ๖๙๘/๒๕๑๖ (ประชุมใหญ่)

ข้อ ๘.ในการจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันตามข้อ ๗. เจ้าหน้าที่ตารวจวิ่งเข้าจับข้อมือจาเลยๆ สะบัดหลุดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตารวจได้ใช้ปืนตีศีรษะจาเลยโดยแรง วิธีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตารวจชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก.ชอบ เพราะเป็นการใช้วิธีการจับกุมที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว
ข.ไม่ชอบ เพราะแม้เจ้าหน้าที่ตารวจจะมีอานาจจับได้ แต่ใช้วิธีการจับที่รุนแรงเกินความเหมาะสมแก่พฤติการณ์
ค.ชอบ เพราะเจ้าหน้าที่ตารวจใช้วิธีการที่จะเป็นเพื่อไม่ให้ผู้ถูกจับหลบหนี
ง.ข้อ ก.และข้อ ค.ถูก
เฉลยข้อ ข. (ฎีกาที่ ๖๙๘/๒๕๑๖ (ประชุมใหญ่)

ข้อ ๙.การขอหมายค้นเพื่อยึดยาเสพติดให้โทษ เมื่อพบยาเสพติดให้โทษอยู่ในความครอบครองของจาเลย เจ้าพนักงานมีอานาจจับจาเลยได้หรือไม่
ก.จับไม่ได้เพราะไม่มีหมายจับ
ข.จับได้ เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า เจ้าพนักงานจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ
ค.จับได้ เพราะมีเหตุที่จะออกหมายจับแต่มีความจาเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจขอให้ศาลอออกหมายจับจาเลยได้
ง.ไม่มีข้อ ถูก
เฉลยข้อ ข.(ฎีกาที่ ๓๖๐/๒๕๔๒)

ข้อ ๑๐.เจ้าหน้าที่ตารวจเข้าไปตรวจค้นแผ่นซีดีเกมอยู่ในตะกร้าซึ่งอยู่ในตู้สามารถมองเห็นได้ภายในร้านที่เกิดเหตุซึ่งเป็นร้านจาหน่ายอุปกรณ์เครื่องเล่นเกมต่างๆ และแผ่นเกม โดยแผ่นซีดีเกมของกลางดังกล่าวละเมิดลิขสิทธิ์ ลักษณะภายนอกของแผ่นซีดีของกลางต่างจากของเจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเห็นได้ชัด โดยเจ้าหน้าที่ตารวจไม่มีหมายค้น ขอทราบว่า เจ้าหน้าที่ตารวจจะมีอานาจจับกุมเจ้าของร้านเกมดังกล่าวได้ในกรณีใดบ้าง
ก.จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.จับไม่ได้ เนื่องจากเป็นการตรวจค้นไม่ชอบเพราะไม่มีหมายค้น
ค. จับได้ แม้ว่าจะตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้น เพราะถือว่าเป็นการค้นในที่สาธารณสถาน ไม่ต้องมีหมายค้น
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง.(ฎีกาที่ ๖๘๙๔/๒๕๔๙)

ข้อ ๑๑.จาเลยเป็นเจ้าพนักงานตารวจเข้าจับกุมผู้เสียหายซึ่งได้ก่อการทะเลาะวิวาทก่อนหน้านั้น แต่เหตุแห่งการทะเลาะวิวาทได้ยุติลงแล้ว จาเลยมีอานาจจับกุมผู้เสียหายหรือไม่
ก.มีอานาจจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.มีอานาจจับเพราะเป็นกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทาผิดมาแล้วจะหลบหนี
ค.ไม่มีอานาจจับหากไม่มีหมายจับ เพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าและไม่ใช่กรณีมีเหตุสงสัยว่ากระทาผิดมาแล้วจะหลบหนี
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.
เฉลยข้อ ค. (ฎีกาที่ ๔๒๔๓/๒๕๔๒)

ข้อ ๑๒.เจ้าพนักงานค้นพบของกลางที่บริเวณบ้านจาเลยและจาเลยรับว่าเป็นของตน เจ้าพนักงานมีอานาจจับกุมจาเลยได้หรือไม่
ก.จับได้หากมีหมายจับ
ข.จับได้ แต่ต้องมีทั้งหมายจับและหมายค้น
ค.จับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ก.(ฎีกาที่ ๓๗๔๓/๒๕๔๓)

ข้อ ๑๓.ก.มีสุรากลั่นจานวน ๑๔ ขวด มีแรงแอลกอฮอล์สูงกว่าสุราที่ชอบด้วยกฎหมาย และ ก.รับว่าเป็นสุราที่ซื้อมาจาก ข.กรณีต่อไปนี้ข้อใดถูกต้อง
ก.เจ้าพนักงานเป็นผู้ตรวจพบเจ้าพนักงานจับกุมโดยไม่มีหมายจับได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.ราษฎรเป็นผู้ตรวจพบราษฎรจับกุมโดยไม่มีหมายจับได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ค.เจ้าพนักงานเป็นผู้ตรวจพบเจ้าพนักงานจับกุมโดยไม่มีหมายจับไม่ได้เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.
เฉลยข้อ ค.(ฎีกาที่ ๓๒๒๗/๒๕๓๑)

ข้อ ๑๔.เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจมีอานาจจับได้โดยไม่ต้องมีหมายจับในกรณีใดบ้างดังต่อไปนี้
ก.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทาความผิดอาญาและมีเหตุอัน
ควรเชื่อว่าจะหลบหนีและมีความจาเป็นเร่งด่วนไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ทัน
ข.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทาความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่า
จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและมีความจาเป็นเร่งด่วนไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ ค.เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทาความผิดอาญาและมีเหตุอันควรเชื่อว่า
จะก่อเหตุอันตรายประการอื่นและมีความจาเป็นเร่งด่วนไม่อาจขอให้ศาลออกหมายจับได้ทัน
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๖๖ (๒), ๗๘ (๓))

ข้อ ๑๕.เมื่อมีการจับกุมโดยชอบแล้ว มีเจ้าพนักงานตารวจบางคนซึ่งไม่ได้ร่วมจับกุมด้วยมาร่วมลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม จะทาให้การจับกุมเสียไปหรือไม่
ก.การจับกุมชอบแล้วจึงไม่เสียไปแต่อย่างใด
ข.การจับกุมไม่ชอบเสียไปทั้งหมด
ค.เฉพาะการกระทาของผู้ที่ไม่ได้ร่วมจับและมาร่วมลงชื่อเท่านั้นที่ไม่ชอบ
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง.(ฎีกาที่ ๒๖๑๒/๒๕๔๓)

ข้อ ๑๖.ข้อใดเป็นอานาจของพนักงานสอบสวนในการจับผู้ต้องหาโดยไม่มีจับ
ก.เมื่อผู้ต้องหาไม่มาตามหมายเรียก
ข.เมื่อผู้ต้องหามาพบตามหมายเรียกแล้วไม่มีการประกันตัวชั่วคราว
ค.เมื่อผู้ต้องหาซึ่งไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่มีการออกหมายจับมาปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาแล้วมีเหตุออกหมายขัง แต่ขัดขืนคาสั่งพนักงานสอบสวนที่สั่งให้ไปศาลเพื่อออกหมายขัง
ง.ผิดทุกข้อ
เฉลยข้อ ค. (ป.วิ อาญา มาตรา ๑๓๔)

ข้อ ๑๗.พนักงานสอบสวนเรียก ก.มาสอบในฐานะพยาน แต่ปรากฏหลักฐานว่า ก.น่าจะเป็นผู้กระทาความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนมีอานาจดาเนินการกรณีดังกล่าวอย่างไร
ก.มีอานาจแจ้งข้อกล่าวหา และถือว่า ก.ถูกจับแล้วต้องสั่งให้ ก.ไปศาลเพื่อขอหมายขังทันที
ข.มีอานาจแจ้งข้อกล่าวหา และถือว่า ก.ถูกจับแล้วมีอานาจที่จะสั่งให้ ก.ไปศาลเพื่อขอหมายขังหรือไม่ก็ได้
ค.มีอานาจแจ้งข้อกล่าวหา กรณีดังกล่าวไม่ถือว่า ก.ถูกจับ และมีอานาจที่จะสั่งให้ ก.ไปศาลเพื่อขอหมายขังหรือไม่ก็ได้
ง.มีอานาจแจ้งข้อกล่าวหา กรณีดังกล่าวไม่ถือว่า ก.ถูกจับ หลังแจ้งข้อกล่าวหาต้องสั่งให้ ก.ไปศาลเพื่อขอออกหมายขัง
เฉลยข้อ ค.(ฎีกาที่ ๘๗๐๘/๒๕๔๗)

ข้อ ๑๘.กรณีตามข้อ ๑๗. หากเป็นคดีอยู่ในอานาจศาลแขวง พนักงานสอบสวนพึงปฏิบัติอย่างไร
ก.แจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ปล่อยตัวไปโดยไม่มีการควบคุมและปล่อยชั่วคราว
ข.ถือว่า ก.ถูกจับแล้ว หากไม่มีการประกันชั่วคราวในชั้นสอบสวน ต้องขอผัดฟ้องฝากขังต่อศาลหากฟ้องไม่ทันภายในกาหนด ๔๘ ชม.
ค.ไม่ถือว่า ก.ถูกจับ หากฟ้อง ก.ต่อศาลไม่ทันภายในกาหนด ๔๘ ชม.ก็ไม่ต้องขอผัดฟ้องหรือขออนุญาตฟ้องคดีจากอัยการสูงสุด
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ฎีกาที่ ๖๖๐๐/๒๕๔๙)

ข้อ ๑๙.อานาจจับของราษฎรข้อใดถูกต้อง
ก.นายขาวราษฎรเห็นนายแดงกาลังลักทรัพย์นายดา
ข.นายขาวราษฎรเห็นนายดาวิ่งไล่ตามหลังนายแดงพร้อมกับร้องว่า “ขโมยๆ”
ค.นายขาวราษฎรเห็นนายแดงขณะกาลังขายยาเสพติดให้โทษให้นายเหลือง
ง.ข้อ ก.และข้อ ข. ถูก
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๙,๘๐)

ข้อ ๒๐.ส.ต.ต.ขาว จะจับนายแดงตามหมายจับข้อหาฉ้อโกง นายแดงวิ่งหนี ส.ต.ต.ขาว จึงขอความช่วยเหลือจากนายเหลืองให้ช่วยจับ นายเหลืองมีอานาจจับนายแดงหรือไม่
ก.ไม่มีอานาจจับเพราะไม่เป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.ไม่มีอานาจจับเพราะไม่ใช่ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา
ค.มีอานาจจับเพราะเจ้าพนักงานผู้จับขอความช่วยเหลือ
ง.มีอานาจจับเพราะเจ้าพนักงานผู้จัดการตามหมายจับขอให้จับแม้ว่าจะเป็นความผิดที่ไม่อยู่ในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา ก็ตาม
เฉลยข้อ ง.(ป.วิ อาญา มาตรา ๘๒)

ข้อ ๒๑.ส.ต.ต.ขาว จับนายแดงขณะกาลังขายยาเสพติด(ความผิดซึ่งหน้า) และ ส.ต.ต.ขาว ขอความช่วยเหลือให้นายเหลืองช่วยจับ นายเหลืองมีอานาจจับนายแดงหรือไม่
ก.ไม่มีอานาจจับแม้จะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.ไม่มีอานาจจับเพราะไม่ใช่ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา
ค.มีอานาจจับเพราะ ส.ต.ต.ขาว ขอความช่วยเหลือ
ง.ข้อ ก.และข้อ ข.ถูกต้อง
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๒)

ข้อ ๒๒.ส.ต.ต.ขาวเห็นนายแดงขณะกาลังทาร้ายร่างกายนายดาภายในบ้านของนายเหลือง ส.ต.ต.ขาวเข้าไปจับนายแดงในบ้านนายเหลืองเป็นการกระทาโดยชอบหรือไม่
ก.ชอบ เพราะเป็นการจับความผิดซึ่งหน้า
ข.ไม่ชอบเพราะไม่มีหมายค้น
ค.ไม่ชอบเพราะเป็นการจับในบ้านนายเหลืองซึ่งเป็นที่รโหฐาน
ง.ข้อ ข.และข้อ ค.ถูกต้อง
เฉลยข้อ ก. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๘(๑),๘๑,๙๒(๒))
ข้อ ๒๓.ส.ต.ต.ขาว ได้รับมอบหมายให้จัดการจับนายแดงตามหมายจับ ส.ต.ต.ขาว พบนายแดงกาลังนั่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้าภายในบ้านของนายแดงในเวลากลางวัน ส.ต.ต.ขาวมีอานาจเข้าไปจับนายแดงภายในบ้านนายแดงหรือไม่
ก.มีอานาจเข้าไปจับเพราะเป็นการจับตามหมายจับ
ข.มีอานาจเข้าไปจับโดยไม่ต้องมีหมายค้นเพราะเป็นบ้านนายแดงและนายแดงเป็นเจ้าบ้าน
ค.ไม่มีอานาจเข้าไปจับเพราะไม่มีหมายจับและหมายค้น
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.
เฉลยข้อ ง.(ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑,๙๒(๕))

ข้อ ๒๔.ตามข้อ ๓๓.หาก ส.ต.ต.ขาวพบนายแดงกาลังนั่งคุยอยู่กับนายเหลืองในบ้านของนายเหลือง ส.ต.ต.ขาว ต้องการเข้าไปจับนายแดงในทันทีจะต้องดาเนินการอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย
ก.เข้าไปจับได้เลยเพราะนายแดงมีหมายจับอยู่แล้ว
ข.เข้าไปจับในทันทีไม่ได้เพราะไม่มีหมายค้นหรือเหตุที่สามารถค้นได้โดยไม่ต้องมีหมาย
ค.ส.ต.ต.ขาวต้องไปขอให้มีการออกหมายค้นเสียก่อนจึงจะเข้าไปจับนายแดงได้
ง.ถูกทั้งข้อ ข.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา๖๙(๔),๘๑,๙๒)

ข้อ ๒๕.ส.ต.ต.ขาวเห็นนายม่วงคนใช้ของนายเหลืองกาลังทาร้ายร่างกายนางเขียวภริยาของนายม่วงในบ้านของนายเหลือง ส.ต.ต.ขาวจะเข้าไปจับนายม่วงในบ้านของนายเหลืองได้หรือไม่
ก.ไม่ได้เพราะนายม่วงไม่ใช่เจ้าบ้าน
ข.ไม่ได้เพราะไม่มีหมายค้น
ค.ได้โดยไม่ต้องมีหมายค้นเพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ง.ผิดทุกข้อ
เฉลยข้อ ค.(ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑,๙๒(๒))

ข้อ ๒๖.ตามข้อ ๒๕.หาก ส.ต.ต.ขาวเข้าไปจับนายม่วงในบ้านนายเหลือง และพบนายแดงซึ่งมีหมายจับ ส.ต.ต.ขาว จะจับนายแดงได้หรือไม่
ก.จับไม่ได้เพราะนายแดงไม่ใช่เจ้าบ้าน
ข.จับไม่ได้เพราะนายแดงไม่ได้กระทาผิดซึ่งหน้า
ค.จับไม่ได้เพราะไม่มีหมายค้นแม้จะมีหมายจับ
ง.จับได้แม้จะไม่มีหมายค้นเพราะการเข้าไปในบ้านเหลืองถือว่าเป็นการค้นโดยชอบ
เฉลยข้อ ง.(ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑,๙๒(๒))

ข้อ ๒๗.นายเหลืองเชิญ พ.ต.อ.ขาวเข้าไปนั่งพูดคุยในบ้านของนายเหลือง สักครู่ พ.ต.อ.ขาวก็เหลือบเห็นนายแดงซึ่งมีหมายจับอยู่ในบ้านนายเหลือง พ.ต.อ.ขาว สามารถจับนายแดงได้หรือไม่
ก.จับได้เพราะนายแดงมีหมายจับ
ข.จับได้เพราะเป็นการเข้าไปในบ้านนายเหลืองโดยชอบ
ค.จับไม่ได้เพราะนายแดงไม่ใช่เจ้าบ้านและการเข้าไปในบ้านนายเหลืองโดยไม่มีหมายค้น
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑)

ข้อ ๒๘.นายแดงเห็นนายดากาลังทาร้ายร่างกายนายขาวในบ้านของนายดานายแดงมีอานาจเข้าไปจับนายดาในบ้านของนายดาหรือไม่
ก.มีอานาจเข้าไปจับได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า
ข.มีอานาจเข้าไปจับได้เพราะเป็นความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา
ค.ไม่มีอานาจเข้าไปจับได้เพราะนายแดงไม่มีอานาจในการค้นบ้านนายดาไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.
เฉลยข้อ ค. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑)

ข้อ ๒๙.กรณีตามข้อ ๒๘.หากนายดาเชิญนายแดงเข้าไปนั่งเล่นในบ้านเมื่อนายแดงอยู่ในบ้านแล้วเห็นนายดากาลังทาร้ายร่างกายนายขาวในบ้านนายดา นายแดงสามารถจับนายแดงได้หรือไม่
ก.จับได้แม้ว่าจะไม่มีหมายค้นก็ตาม
ข.จับได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้าและเป็นความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา
ค.จับไม่ได้เพราะไม่มีหมายค้นและการเข้าไปในบ้านนายดาไม่ถือว่าเข้าไปโดยชอบ
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ข.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๙,๘๑)

ข้อ ๓๐.กรณีนายแดงเห็นนายดาทาร้ายร่างกายนายขาวในบ้านของนายดา นายแดงจึงเข้าไปเพื่อช่วยนายขาวโดยนายแดงทาร้ายร่างกายนายดาเพื่อให้หยุดทาร้ายร่างกายนายขาว และจับนายดาการกระทาของนายแดงชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก.การกระทาของนายแดงไม่ชอบเพราะนายแดงไม่มีอานาจค้นบ้านนายดา
ข.การกระทาของนายแดงไม่ชอบเพราะนายดาไม่ได้เชิญให้เข้าไปในบ้านนายดา
ค.การกระทาของนายแดงไม่ชอบในส่วนที่จับกุมแม้ว่าจะเป็นการป้องกันโดยชอบก็ตาม
ง.การกระทาของนายแดงเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายเป็นการเข้าไปโดยชอบการ
จับจึงถือว่าชอบด้วย
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑)

ข้อ ๓๑.นายแดงเห็นนายดาขณะกาลังทาร้ายร่างกายนายขาวในบ้านของนายขาว นายขาวร้องบอกให้นายแดงช่วย นายแดงก็เข้าไปในบ้านนายขาวและจับนายดา การกระทาของนายแดงชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ก.ไม่ชอบเพราะเป็นการจับในที่รโหฐาน
ข.ไม่ชอบเพราะราษฎรไม่มีอานาจค้นไม่ว่ากรณีใดๆ
ค.ชอบเพราะเป็นการจับผู้กระทาผิดซึ่งหน้าและความผิดดังกล่าวระบุในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา
ง.ผิดทุกข้อ
เฉลยข้อ ค.(ป.วิ อาญา มาตรา ๘๑)

ข้อ ๓๒.ในการจับหากเจ้าพนักงานเป็นผู้จับ กฎหมายกาหนดให้แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่าอย่างไร ก.ต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับทราบว่ามีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้
ข.ถ้อยคาของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
ค.ผู้ถูกจับมีสิทธิพบและปรึกษาทนายความหรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๓ วรรคสอง)

ข้อ ๓๓.หลักการที่เกี่ยวกับขั้นตอนในชั้นจับกุมข้อใดไม่ถูกต้อง
ก.สั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทาการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับ
ข.ถ้ามีหมายจับให้แจ้งให้ผู้ถูกจับทราบและอ่านให้ฟังและมอบสาเนาบันทึกการจับแก่ผู้ถูกจับ
ค.หากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ
ง.หากสามารถนาไปที่ทาการพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้นก็ให้นาไปแต่ถ้า
จาเป็นก็ให้จับตัวไป
เฉลยข้อ ข.(ป.วิ อาญา มาตรา ๘๓,๘๔วรรคแรก (๑))

ข้อ ๓๔.คาให้การรับสารภาพว่าตนได้กระทาความผิดของผู้ถูกจับรับฟังได้เพียงใด
ก.ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐาน
ข.ห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ว่าจะมีการแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบหรือไม่ก็ตาม
ค.กฎหมายห้ามมิให้รับฟังโดยเด็ดขาด
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง.( ป.วิ อาญา มาตรา ๘๔ วรรคท้าย)

ข้อ ๓๕.ถ้อยคาอื่นจะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกจับได้หรือไม่
ก.รับฟังได้เมื่อมีการแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่าผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้
ข.รับฟังได้เมื่อมีการแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่าถ้อยคาของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลัก
ฐานในการพิจารณาคดีได้
ค.รับฟังได้เมื่อมีการแจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบว่าผู้ถูกจับมีสิทธิพบและปรึกษาทนายความหรือ
ผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ
ง.ต้องแจ้งสิทธิทั้งข้อ ก. ข้อ ข.และข้อ ค.จึงจะรับฟังได้
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๔ วรรคท้าย)

ข้อ ๓๖.ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพในขณะถูกจับกุมว่าตนได้กระทาความผิด และให้การว่าได้นาปืนที่ใช้ในการกระทาผิดไปทิ้งไว้กลางทุ่งนา ถ้อยคาดังกล่าวรับฟังได้เพียงใด
ก.คาให้การรับสารภาพว่าตนได้กระทาความผิดรับฟังไม่ได้โดยเด็ดขาดแม้ว่าจะมีการแจ้งสิทธิสิทธิหรือไม่ก็ตาม
ข.คาให้การว่าได้นาปืนที่ใช้ในการกระทาผิดไปทิ้งกลางทุ่งนารับฟังได้หากมีการแจ้งสิทธิครบถ้วน
ค.ต้องเป็นถ้อยคาที่ผู้ถูกจับกุมให้ออกมาโดยปราศจากการข่มขู่ จูงใจ หลอกลวง ทรมาน
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๔ วรรคสี่)

ข้อ ๓๗.ถ้อยคาอื่นที่รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้เมื่อมีการแจ้งสิทธิคือถ้อยคาใด
ก.ถ้อยคารับว่าอาวุธปืนของกลางเป็นของตน
ข.ถ้อยคารับว่าตนอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ
ค.ถ้อยคารับว่าตนมีสาเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ตายก่อนเกิดเหตุ
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๘๔ วรรคท้าย)

ข้อ ๓๘.ศาลมีดุลพินิจที่จะไม่ออกหมายขับหรือให้ออกหมายปล่อยได้ในกรณีใดบ้าง
ก.ผู้ต้องหาหรือจาเลยมีอายุไม่ถึง ๑๘ ปี
ข.ผู้ต้องหาหรือจาเลยเป็นหญิงมีครรภ์
ค.ผู้ต้องหาหรือจาเลยเป็นหญิงเพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึงสามเดือน
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๑)

ข้อ ๓๙.กรณีตามข้อ ๔๘ ศาลอาจมีคาสั่งกาหนดวิธีการได้อย่างไร
ก.มีคาสั่งให้ผู้นั้นอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ในระหว่างสอบสวนใช้ได้ไม่เกิน ๓
เดือนนับแต่วันมีคาสั่ง
ข.มีคาสั่งให้ผู้นั้นอยู่ในความดูแลของเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ยินยอมรับผู้นั้นไว้ในระหว่างสอบสวนใช้ได้ไม่เกิน ๖
เดือนนับแต่วันมีคาสั่ง
ค.กาหนดวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด เพื่อป้องกันการหลบหนีหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ง.ถูกทั้งข้อ ข.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๑ วรรคสาม)

ข้อ ๔๐.นอกจากมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลใดน่าจะได้กระทาความผิดอาญาแล้วจะต้องประกอบด้วยเหตุใดบ้างที่ศาลจะออกหมายขังบุคคลดังกล่าวได้
ก.บุคคลนั้นไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
ข.บุคคลนั้นไม่มาตามหมายเรียกหรือตามนัดโดยไม่มีข้อแก้ตัวอันควร
ค.บุคคลนั้นจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๑ วรรคหนึ่ง)

ข้อ ๔๑.ตารวจจับกุมผู้กระทาผิดตาม ป.วิ อาญา มาตรา ๘๓ ผู้ถูกจับยอมไปกับตารวจ การปฏิบัติข้อใดของตารวจถูกต้องตามกฎหมาย
ก.ตารวจแจ้งข้อหาและบอกให้ไปสถานีตารวจถือว่าเป็นการจับแล้ว
ข.ตารวจต้องจับกุมตัวไปและต้องใช้เครื่องพันธนาการจึงจะถือว่าเป็นการจับ
ค.การบันทึกการจับจะทาตรงที่จับหรือทาที่ใดก็ได้
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ฎีกาที่ ๒๓๕๗/๒๕๒๒)

ข้อ ๔๒.ข้อใดกล่าวไว้โดยถูกต้อง
ก.การตรวจค้นและจับกุมไม่ชอบไม่ทาให้การสอบสวนโดยชอบเสียไป
ข.การจับโดยไม่ชอบทาให้การคุมขังต่อเนื่องจากการจับนั้นไม่ชอบตามไปด้วย
ค.พยานหลักฐานที่ได้มาจากการค้นอันสืบเนื่องมาจากการจับที่ไม่ชอบโดยหลักแล้วจะใช้
รับฟังเป็นพยานหลักฐานยันผู้กระทาผิดไม่ได้
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ง.(ฎีกาที่ ๔๖๖/๒๕๔๑ ป.วิ อาญา มาตรา ๘๕ วรรคหนึ่ง)

ข้อ ๔๓.นายดาแจ้งต่อ ส.ต.ต.ขาว ว่า นายแดงกาลังเดินทางมาทาร้ายตนโดยมีอาวุธติดตัวมาทาร้ายด้วยคือมีดดาบ ส.ต.ต.ขาว จึงไปดักซุ่มรออยู่ตรงทางที่นายแดงจะเดินมาเมื่อพบนายแดงเดินมาจึงจับนายแดง กรณีดังกล่าวเป็นการจับโดยชอบหรือไม่
ก.จับได้เพราะเป็นการพบนายแดงโดยมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าน่าจะก่อเหตุร้าย
ข.จับไม่ได้เพราะนายแดงยังไม่ได้ลงมือทาร้ายนายดา
ค.จับได้เพราะถือว่านายแดงตระเตรียมกระทาความผิดแม้ว่าจะไม่มีกฎหมายบัญญัติเป็นความ
ผิดก็ตาม
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๘ (๒))
ข้อ ๔๔.กรณีตามข้อ ๕๓.เมื่อจับแล้วพนักงานสอบสวนจะดาเนินการอย่างไร
ก.พนักงานสอบสวนไม่สามารถควบคุมตัวนายแดงได้
ข.พนักงานสอบสวนสามารถควบคุมตัวนายแดงได้ ๔๘ ชม.
ค.พนักงานสอบสวนมีอานาจปล่อยตัวชั่วคราวนายแดงได้
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลยข้อ ข.(ป.วิ อาญา มาตรา ๗,๗๒ (๒))

ข้อ ๔๕.เมื่อพนักงานสอบสวนควบคุมตัวผู้ถูกจับตามข้อ ๔๔ ไว้แล้ว ต้องดาเนินการอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย
ก.เมื่อใกล้จะครบ ๔๘ ชม.ให้พนักงานสอบสวนนาตัวนายแดงไปพบพนักงานอัยการ
ข.ในการนาตัวนายแดงไปพบพนักงานอัยการเพื่อให้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล
ค.ในการนาตัวนายแดงไปพบพนักงานอัยการเพื่อให้ยื่นคาร้องต่อศาลให้ศาลสั่ง “เรียกประกัน
ทัณฑ์บน”
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗,๔๖,๗๒(๒))

ข้อ ๔๖.พนักงานอัยการมีอานาจดาเนินการในเรื่องมีดดาบของนายแดงในคดีนี้อย่างไร
ก.พนักงานอัยการขอให้ศาลสั่งริบมีดของนายแดงได้
ข.พนักงานอัยการไม่มีอานาจขอให้ศาลสั่งริบมีดของนายแดงได้
ค.มีดของนายแดงเป็นทรัพย์ที่มีไว้เพื่อใช้ในการกระทาความผิดศาลมีอานาจสั่งริบได้
ง.ถูกทั้งข้อ ก.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๓๓,๔๖)

ข้อ ๔๗ ชาวบ้านร้องบอกตารวจให้จับนายแดงซึ่งกาลังวิ่งหนีไปและชาวบ้านวิ่งไล่จับโดยชาวบ้านร้องว่า “จับด้วยๆคนขายยาบ้า” ตารวจมีอานาจจับนายแดงหรือไม่
ก.ตารวจมีอานาจจับนายแดงเพราะถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าตามมาตรา ๘๐ วรรคสอง (๑)
ข.ตารวจไม่มีอานาจจับนายแดงเพราะไม่ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าตามมาตรา ๘๐ วรรคสอง (๑)
ค.การขายยาบ้าไม่ใช่ความผิดที่ระบุไว้ในบัญชีท้าย ป.วิ อาญา ตารวจจึงไม่มีอานาจจับนายแดง
ง.ถูกทั้งข้อ ข.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๘(๑),๘๐ วรรคสอง (๑))

ข้อ ๔๘.ส.ต.ต.ขาวจะจับนายแดงซึ่งกระทาความผิดซึ่งหน้านายแดงวิ่งหนี ส.ต.ต.ขาว จึงวิ่งไล่ตามจับนายแดงแต่จับไม่ทัน จึงยุติการจับ ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ส.ต.ต.ขาวพบนายแดง ส.ต.ต.ขาว จะจับนายแดงโดยไม่มีหมายจับได้หรือไม่
ก.จับได้โดยถือว่าเป็นการกระทาความผิดซึ่งหน้า
ข.จับไม่ได้เพราะไม่ถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า
ค.การจับดังกล่าวขาดตอนแล้วจึงไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้าอีกต่อไป
ง.ถูกทั้งข้อ ข.และข้อ ค.

เฉลยข้อ ง. (ป.วิ อาญา มาตรา ๗๘(๑))
ข้อ ๔๙.นายแดงพา น.ส.ดาไปเพื่อการอนาจารโดยการพาไปนั้นยังไม่สิ้นสุด เจ้าหน้าที่ตารวจเห็นนายแดงขณะกาลังพา น.ส.ดาไปนั้นมีอานาจจับนายแดงหรือไม่
ก.จับไม่ได้เพราะไม่ใช่ความผิดซึ่งหน้า
ข.ความผิดฐานพาไปเพื่อการอนาจารตาม ป.อ.มาตรา ๒๘๔ เป็นความผิดต่อเนื่องเจ้าหน้าที่ตารวจที่เห็น
นายแดงขณะพา น.ส.ดา จับนายแดงได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ
ค.กรณีดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดซึ่งหน้า
ง.ถูกทั้งข้อ ข.และข้อ ค.
เฉลยข้อ ง. (ฎีกาที่ ๑๙๗๔/๒๕๓๙)

ข้อ ๕๐.พนักงานสอบสวนร้องขอให้ศาลออกหมายจับนายแดงในความผิดฐานทาร้ายร่างกายนายดารับอันตรายสาหัสซึ่งมีโทษจาคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสิบปี ศาลต้องออกหมายจับตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอหรือไม่
ก.แม้มีเหตุออกหมายจับศาลจะไม่ออกหมายจับก็ได้หากไม่มีเหตุว่านายแดงจะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับ
พยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น
ข.ศาลต้องออกหมายจับตามที่พนักงานสอบสวนร้องขอ
ค.ศาลไม่ต้องคาถึงถึงเหตุว่านายแดงจะหลบหนีจะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นเพราะ
ความผิดดังกล่าวมีโทษจาคุกเกินกว่า ๓ ปี
ง.ผิดทุกข้อ
เฉลยข้อ ก.(ป.วิ อาญา มาตรา ๕๙,๖๖)

แนวข้อสอบตำรวจ ป วิ.อาญา ชุด1- 50ข้อ


แนวข้อสอบ ป.วิ.อาญา 


จงเลือกคาตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
๑. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับคาร้องทุกข์
ก. ผู้เยาว์สามารถร้องทุกข์ได้
ข. คาร้องทุกข์สามารถร้องทุกข์ด้วยวาจาได้
ค. คาร้องทุกข์สามารถถอนได้ก่อนมีคาพิพากษาศาลชั้นต้น
ง. เมื่อผู้เสยหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทตายเสียก่อนร้องทุกข์บิดาของผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์แทนได้
ตอบ ค. ( ม. ๒๖ )

๒. ข้อใดมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกง
ก. ผู้ที่ถูกหลอกลวง ข. เจ้าของทรัพย์
ค. ผู้เป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนไม่จดทะเบียน ง. ผู้ฝากเงิน
ตอบ ง. ( ฏ. ๘๗ / ๒๕๐๖ )

๓.ข้อใดมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอก
ก. เจ้าของกรรมสิทธิ์ ข. ผู้ครอบครองดูแลทรัพย์ขณะยักยอก
ค. ผู้ถือหุ้นของบริษัท ง. ผู้จัดการมรดก
ตอบ ค. ( ฏ. ๖๓๒๘/ ๓๑ )

๔.ข้อใดคือผู้เสียหายโดยนิตินัย
ก. ผู้ที่ไม่มีร่วมในการกระทาผิด
ข. ผู้ที่มอบเงินให้เจ้าพนักงานเพื่อให้บุตรของตนเข้ารับราชการโดยมิชอบ
ค. ผู้ที่ซื้อธนบัตรปลอม
ง. ผู้ที่เข้าร่วมเล่นการพนัน
ตอบ ก ( ม. ๒ ( ๔ ) )

๕.ข้อใดคือผู้เสียหายในความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค
ก. ผู้สั่งจ่าย
ข. ผู้รับรอง
ค. ผู้ทรงเช็คในขณะที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
ง. ผู้รับโอนเช็คภายหลังธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน
ตอบ ค. ( ฏ . ๑๐๓๕/ ๒๕๒๙ )

๖. ข้อใดมิใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานพรากผู้เยาว์
ก. ผู้เยาว์ ข. บิดา มารดา
ค. ผู้ปกครอง ง. ผู้ดูแล
ตอบ ก. ( ฏ ๗๒๓๘/๔๙ )
๗. ข้อใดเป็นคาร้องทุกข์
ก. แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ
ข. คาร้องทุกข์ที่มีเจตนาให้ผู้กระทาผิดได้รับโทษ แต่ไม่ได้ระบุชื่อ หรือรูปพรรณผู้กระทาผิด
ค. คาร้องทุกข์ในความผิดตามพ.ร.บ.เช็ค ฯ หลังร้องทุกข์แล้วขอรับเช็คของกลางเพื่อไปฟ้องผู้ออกเช็คโดย
ไม่ขอมอบคดีต่อพนักงานสอบสวน
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข. ( ฏ. ๖๘๙๔/๔๙ )

๘. ผู้ใดมีสิทธิร้องขอตั้งผู้แทนเฉพาะคดี
ก. ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง ข. พนักงานอัยการ
ค. พนักงานสอบสวน ง. ผู้บัญชาการเรือนจา
ตอบ ก. ( ม. ๖ )

๙. ข้อใดมิใช่สิทธิของผู้ถูกจับ หรือ ผู้ต้องหา ตามป.วิอาญา มาตรา ๗/๑
ก. พบและปรึกษาผู้ซึ่งจะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว
ข. ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคาตนได้
ค. ได้รับการแจ้งข้อหาด้วยความรวดเร็ว
ง. ได้รับการเยี่ยมและติดต่อกับญาติได้ตามสมควร
ตอบ ค. ( ม. ๗/๑ )

๑๐. กรณีความผิดเกิดขึ้นในเรือไทย ถือว่าเป็นการกระทาความผิดในราชอาณาจักรตาม ป.อ. มาตรา ๔ ใครเป็นผู้มีอานาจสอบสวน
ก. พนักงานสอบสวนกองปราบ ข. ข้าราชการตารวจที่มียศร้อยตารวจตรีขึ้นไป
ค. พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ง. พนักงานอัยการ
ตอบ ก. ( ฏ ๒๖๗๐/ ๓๕ )

๑๑. กรณีที่ความผิดที่มีโทษตามกฎหมายไทยได้กระทาลงนอกราชอาณาจักรใครเป็นผู้มีอานาจสอบสวน
ก. พนักงานอัยการ ข. พนักงานสอบสวนกองปราบ
ค. พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ง. อัยการสูงสุด หรือผู้รักษาการแทน
ตอบ ง. ( ม. ๒๐ )

๑๒. นายเอ อาสานาบัตรเอทีเอ็มของนายบีไปตรวจสอบยอดเงินคงเหลือ แต่กลับนาบัตรไปกดเงินสดจานวน ๕,๐๐๐ บาท แล้วเบียดบังเอาเงินจานวนดังกล่าวไปเป็นของตนโดยทุจริต ให้วินิจฉัยว่าใครเป็นผู้เสียหายในกรณีดังกล่าว
ก. นาย เอ ข. ธนาคาร
ค. นาย เอ และธนาคาร ง. ถูกทุกข้
ตอบ ก. ( ฏ . ๖๗๑/๓๙ )

๑๓. นายสมศักดิ์ ตกลงซื้อธนบัตรปลอมจากนายรุ่งศักดิ์ โดยนายรุ่งศักดิ์ บอกว่าเหมือนธนบัตรที่แท้จริง นายสมศักดิ์ จ่ายเงินให้นายรุ่งศักดิ์ ครบถ้วนแล้วแต่นายรุ่งศักดิ์ ไม่ส่งมอบธนบัตรให้นายสมศักดิ์ ตามที่ตกลงกัน นายสมศักดิ์ จึงไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับนายรุ่งศักดิ์ ในข้อหาฉ้อโกง เมื่อ พนักงานสอบสวนทาการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้วินิจฉัยว่า พนักงานอัยการจะมีอานาจฟ้องนายรุ่งศักดิ์ ได้หรือไม่
ก. ไม่มีอานาจฟ้อง เพราะนายสมศักดิ์ ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย
ข. ไม่มีอานาจฟ้อง เพราะนายสมศักดิ์ มีส่วนร่วมในการกระทาผิดด้วย
ค. มีอานาจฟ้องเพราะนายสมศักดิ์ เป็นผู้เสียหายที่แท้จริง
ง. ถูกทั้ง ก และ ข
ตอบ ง. ( ฏ ๗๗๑/๙๓ )

๑๔. นายเอ จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายกับน.ส.บี หลังจากนั้นอีก ๒ ปี นายเอ พาน.ส.ซี ไปจดทะเบียนสมรสอีก โดยน.ส.ซี ไม่รู้ว่านายเอ เคยจดทะเบียนสมรสกับน.ส.บีแล้ว ซึ่งในการจะทะเบียนครั้งหลัง นายดี เป็นนายทะเบียน ให้วินิจฉัยว่าใครเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน
ก. นางสาว บี ข. นางสาว ซี
ค. นายดี ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ( ฏ . ๒๖๑๔/๒๕๑๘ )

๑๕. นายดา อยู่กินเป็นสามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนกับนางสาวแดง มีบุตรด้วยกัน ๑ คน คือนายขาว ต่อมานายขาวถูกคนร้ายหลอกลวงเอาจักรยานยนต์หลบหนีไป หลังเกิดเหตุนายขาวได้รับทุนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ไม่สามารถดาเนินคดีด้วยตนเองได้ ให้วินิจฉัยว่าใครมีอานาจจัดการแทนนายขาวได้
ก. นายดา ข. นางสาวแดง
ค. นายดา และนางสาวแดง ง. นายดา และนางสาวแดง ไม่มีอานาจจัดการแทน
ตอบ ง. ( ม. ๕ )

๑๖. การตั้งผู้แทนเฉพาะคดีข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. ผู้เยาว์ไม่มีผู้อนุบาล
ข. ผู้เยาว์ไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม
ค. ผู้เยาว์มีผู้แทนโดยชอบธรรมแต่ไม่สามารถทาหน้าที่ได้
ง. ผู้เยาว์มีผู้แทนโดยชอบธรรมแต่มีผลประโยชน์ขัดกัน
ตอบ ก. ( ม. ๖ )

๑๗. นายขาวได้ยื่นคาร้องขอเป็นผู้แทนเฉพาะคดีของเด็กชายแดงซึ่งเป็นบุคคลวิกลจริตศาลสั่งอนุญาตต่อมานายขาวฟ้องคดีซึ่งคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาสืบพยานโจทก์ เด็กชายแดงถึงแก่ความตายอยากทราบว่าข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
ก. นายขาวสามารถดาเนินคดีต่อไปหากนายขาวต้องการ
ข. ศาลต้องพิพากษายกฟ้องคดีของนายขาว
ค. ศาลต้องจาหน่ายคดีของนายขาวไว้ชั่วคราว
ง. ศาลต้องจาหน่ายคดีของนายขาวออกจากสารบความโดยเด็ดขาด
ตอบ ก.

๑๘. นายแดงขับรถชนนายดาตายอัยการได้ฟ้องนายแดงเป็นจาเลยในความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และความผิดฐานขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกาหนด ฐานปิดบังเคลื่อนย้ายศพ อยากทราบว่าบิดาของนายดาจะยื่นคาร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการในความผิดฐานใดบ้าง
ก. ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข. ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกาหนด
ค. ปิดบังเคลื่อนย้ายศพ ง. ถูกทั้ง ก และ ค
ตอบ ก.

๑๙. ในการสอบสวนคดีที่ผู้ต้องหาเป็นนิติบุคคลต้องดาเนินการอย่างไร
ก. ออกหมายเรียกผู้จัดการมาสอบสวน
ข. ออกหมายเรียกผู้แทนอื่น ๆ ของนิติบุคคลมาสอบสวน
ค. ออกหมายเรียกผู้ถือหุ้นของนิติบุคคลมาสอบสวน
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข.
ตอบ ข. ( ฏ. ๔๒๐๕/ ๒๕๔๑ )

๒๐. ร้อยตารวจเอกชูชาติ เป็นพนักงานสอบสวนได้สอบสวนนายปู ผู้ต้องหาในข้อหาพยายามฆ่า แต่ในระหว่างสอบสวนอยู่นั้น นายปู มีอาการวิกลจริตไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ร้อยตารวจเอกชูชาติ จะดาเนินการต่อไปอย่างไรจึงจะชอบด้วย ป.วิอาญา
ก. เรียกทนายความของนายปูเข้าร่วมฟังการสอบสวนแล้วสอบสวนต่อไปได้
ข. เรียกนักจิตวิทยา หรือ นักสังคมสงเคราะห์เข้าร่วมฟังการสอบสวนแล้วสอบสวนต่อไปได้
ค. สั่งให้แพทย์ตรวจนายปู หากเห็นว่าวิกลจริตไม่สามารถต่อสู้คดีได้ให้งดการสอบสวนไว้ก่อนจนกว่า
จะหาย
ง. ผิดหมดทุกข้อ
ตอบ ค. ( ม. ๑๖ )

๒๑. จาเลยให้ผู้ตายดื่มสารพิษที่บ้านของผู้ตาย ซึ่งบ้านของผู้ตายอยู่ในเขตอานาจสอบสวนสถานีตารวจนครบาลดอน แต่ผู้ตายไปถึงแก่ความตายที่โรงพยาบาลพญาไท อยู่ในเขตอานาจสอบสวนของสถานีตารวจนครบาลพญาไท ให้วินิจฉัยว่าพนักงานสอบสวน สถานีตารวจใดมีอานาจสอบสวน
ก. ดอนเมือง เพราะเป็นท้องที่ที่เกิดเหตุ
ข. ดอนเมือง และ พญาไท เพราะเป็นความผิดต่อเนื่องกระทาหลายพื้นที่
ค. พญาไท เพราะความตายซึ่งเป็นผลของการกระทาความผิดเกิดขึ้น
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ก. ( ฏ ๓๓๓๗/๒๕๔๓ )

๒๒. นายลมขึ้นรถไฟจากกรุงเทพ ฯ เพื่อกลับบ้านที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างเดินทางได้ข่มขืนกระทาชาเรานางสาวจิ๊ด ตั้งแต่กรุงเทพ ฯ จนถึงอาเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก แต่นายลมถูกจับได้ที่ อาเภอเมือง จังหวัดลาปาง ให้วินิจฉัยว่าพนักงานสอบสวนท้องที่ใดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ
ก. จังหวัดเชียงใหม่ ข. จังหวัดลาปาง
ค. กรุงเทพ ฯ ง. จังหวัดพิษณุโลก
ตอบ ข. ( ม. ๑๙ )

๒๓. ในคดีอาญาผู้ที่มีสิทธิยื่นคาขอโอนคดีไปพิจารณาอีกศาลหนึ่ง คือใคร
ก. โจทก์เท่านั้น ข. จาเลยเท่านั้น
ค. โจทก์ หรือ จาเลย ง. ทั้งโจทก์ และ จาเลยลงชื่อร่วมกันในคาร้องขอโอนคดี
ตอบ ค. ( ม. ๒๓ )

๒๔. นายดายักยอกเงินของนายขาวไปจานวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท นายขาวได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับนายดาไว้แล้วต่อมานายขาวฟ้องนายดาเป็นคดีอาญาในความผิดฐานยักยอกเงินจานวนดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคาสั่งว่าคดีมีมูลให้ประทับรับฟ้องไว้พิจารณา หากนายขาวได้ถอนคาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพราะได้นาคดีอาญาไปฟ้องเองแล้วจะมีผลให้สิทธินาคดีอาญามาฟ้องของนายขาวระงับไปหรือไม่
ก. คดีอาญาระงับ เพราะมีการถอนคาร้องทุกข์โดยชอบด้วยกฎหมาย
ข. คดีอาญาระงับเพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว
ค. คดีอาญาไม่ระงับเพราะถอนคาร้องทุกข์หลังจากฟ้องคดีเอง
ง. คดีอาญาไม่ระงับเพราะคนละกระบวนการยุติธรรม
ตอบ ค.

๒๕. นาย ก เช่าบ้านนาย ข แล้วนาย ค บุกรุกเข้ามาใบบ้าน และทุบประตูหน้าต่างบ้านเสียหาย และยังขโมยเครื่องตกแต่งบ้านของ นาย ข ไปด้วย ข้อใดถูกต้อง
ก. นาย ก เป็นผู้เสียหายเฉพาะความผิดฐานบุกรุก
ข. นาย ก เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานบุกรุกทาให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์
ค. นาย ข เป็นผู้เสียหายในความผิดฐานบุกรุกทาให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์
ง. ถูกทั้งข้อ 2 และข้อ3
ตอบ ง ( ฏ . ๑๓๓๙/๒๕๒๒ )

๒๖. นาย ก. ข. และ ค. หลอกลวงจะเอาเงินจากนาย ง. ด้วยการเล่นการพนัน โดยวิธีการอันแนบเนียน ทาให้นาย ง. เสียเงินพนันไป ข้อใดถูกต้อง
ก. การกระทาของนาย ง. ถือว่าไม่ได้มีส่วนร่วมกันการกระทาผิดฐานฉ้อโกง จึงเป็นผู้เสียหาย ฟ้องนาย ก. ข. และ ค. ในความผิดฐานฉ้อโกงได้
ข. การกระทาของนาย ง. ถือว่ามีส่วนร่วมกันการกระทาผิดฐานฉ้อโกง จึงไม่อาจเป็นผู้เสียหายฟ้องนาย ก. ข. และ ค. ในความผิดฐานฉ้อโกงได้
ค. การกระทาของนาย ง.ถือว่ามีส่วนร่วมกันการกระทาผิดฐานฉ้อโกง และการพนันจึงไม่อาจเป็นผู้เสียหายฟ้องนาย ก. ข. และ ค. ในความผิดฐานฉ้อโกงได้
ง. ผิดทุกข้อ
ตอบ ก. ( ฏ. ๓๓๒๗/๑๔๓๓ )

๒๗. น.ส.อ่อน อายุ ๑๘ ปีถูกนายยาว ข่มขืนกระทาชาเรา ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๖ วรรคแรก น.ส.อ่อน ร้องทุกข์ดาเนินคดีกับนายยาว ดังนั้น ข้อใดผิด
ก. น.ส.อ่อน มีอานาจร้องทุกข์
ข. น.ส.อ่อน มีอานาจถอนคาร้องทุกข์ เมื่อใดก็ได้ เพราะนายดายอมแต่งงานด้วย แม้บิดามารดา จะไม่ยินยอม
ค. บิดามารดา ไม่อยากให้น.ส.อ่อน เอาเรื่องนายยาว เพราะนายดายอมแต่งงานด้วย มีอานาจถอนคาร้องทุกข์ แม้น.ส.อ่อน จะไม่ยินยอม
ง. ผิดทั้งข้อ ข และ ค
ตอบ ค. ( ฏ.๒๑๔/๒๔๙๔ )

๒๘. นายเค สามีของนางแหม่ม ถูกนายแจ๊ค หน่วงหนี่ยวกักขังเมื่อหลบหนีออกมาได้ หากนายเค ไม่ไปร้องทุกข์ จะอนุญาตโดยชัดแจ้งให้นางแหม่มไปร้องทุกข์ ตามป.วิ.อ.มาตรา ๔ วรรคสอง ได้หรือไม่
ก. นางแหม่มร้องทุกข์ได้ เพราะ ได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจากนายเค แล้ว ตามป.วิ.อ.มาตรา ๔ วรรคสอง
ข. นางแหม่มร้องทุกข์ได้ เพราะ เป็นหญิงมีสามีมีสิทธิฟ้องคดีแทนสามีโดยมิต้องได้รับอนุญาตของสามีก่อน
ค. นางแหม่มร้องทุกข์ไม่ได้ เพราะ ผู้เป็นภรรยาจะต้องได้รับมอบอานาจจากนายเค ในฐานะตัวการ และตัวแทน ก่อนเท่านั้นจึงจะร้องทุกข์ได้
ง. นางแหม่มร้องทุกข์ไม่ได้ เพราะนางแหม่มเป็นหญิงมีสามี
ตอบ ค. ( ม. ๔ วรรคสอง )

๒๙. พนักงานของธนาคารจ่ายเงินของธนาคารให้แก่นายเอ ลูกค้าผิดพลาดไป โดยจ่ายเงินเกินจานวนที่ต้องจ่าย นายเอรับเงินนั้นแล้วเบียดบังเอาส่วนที่เกินเป็นของตน และพนักงานธนาคารได้นาเงินส่วนตัวของตนมาคืนให้ธนาคารในการที่ตนได้จ่ายเงินเกินไป ข้อใดถูกต้อง
ก. พนักงานธนาคารมีอานาจไปร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดาเนินคดีกับนายเอ เนื่องจากเงินที่จ่ายเกินไป พนักงานธนาคารเป็นผู้จ่ายเกิน และนาเงินของตนคืนแก่ธนาคารไปแล้ว
ข. ธนาคารแต่ผู้เดียวมีอานาจไปร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดาเนินคดีกับนายเอ ตามป.อ. มาตรา ๓๕๒วรรคสองเนื่องจากเงินที่จ่ายเกินไป เป็นของธนาคาร
ค. ทั้งพนักงานธนาคาร และธนาคารมีอานาจไปร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดาเนินคดีกับนายเอตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคสอง
ง. การกระทาของนายเอ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคสอง ทั้งพนักงานธนาคาร และธนาคาร จึงไม่มีอานาจร้องทุกข์
ตอบ ข. ( ฏ. ๒๔๓/๒๕๒๙ )

๓๐. นายต่อปาก กู้เงินนายต่อคา แล้วให้โฉนดยึดไว้เป็นประกันเงินกู้ แล้วนายต่อปากไปแจ้งความว่าโฉนดหาย และนารายงานประจาวันไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อขอออกใบแทนโฉนด ขอทราบว่านายต่อปากเสียหายในความผิดฐานแจ้งความเท็จหรือไม่ เพียงใด
ก. นายต่อคา เป็นผู้เสียหายโดยตรงเนื่องจากนายต่อคานารายงานประจาวันไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อ
ขอออกใบแทนโฉนด อันเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ
ข.นายต่อคา เป็นผู้เสียหายโดยตรง เนื่องจากยึดถือโฉนดยึดไว้เป็นประกันเงินกู้
ค.นายต่อคา ไม่ใช่ผู้เสียหายฐานแจ้งความเท็จเพราะการแจ้งความมิได้เจาะจงถึงนายต่อคา และนายต่อคาไม่
มีสิทธิบังคับเอากับโฉนดที่ดินได้ตามกฎหมาย
ง.ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข
ตอบ ค. ( ฏ. ๒๐๗๑/ ๒๕๓๒ )

๓๑. มารดาฟ้องบิดาเป็นจาเลยในความผิดฐานแจ้งความเท็จ ระว่างพิจารณามารดาตาย นายภูมิซึ่งไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของจาเลยจะรับมรดกความในการดาเนินคดีต่างผู้ตายได้หรือไม่
ก. เป็นการต้องห้าม เพราะถือได้ว่าอยู่ในฐานะเป็นผู้ฟ้องบุพการี
ข. เป็นการต้องห้าม เพราะต้องได้รับความเห็นชอบจากอัยการก่อน
ค) ไม่เป็นการต้องห้าม เพราะที่ห้ามฟ้องบุพการีของตนเป็นคดีแพ่งและคดีอาญาห้ามเฉพาะบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย
ฟ้องบุพการีเท่านั้น
ง) ถูกทั้ง ข้อ ก และข้อ ข
ตอบ ค. ( ฏ. ๕๔๗/๒๕๔๘ )

๓๒. นายอาทิตย์ ฟ้องคดีแก่นายเหี้ยมซึ่งฆ่านายจันทร์ บุตรชายของตน โดยอาศัย ป.วิ.อ.มาตรา ๕(๒) ระหว่างคดี นายอาทิตย์ ขับรถคว่าตาย นายอังคาร บุตรของนายอาทิตย์อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นพี่ชายของนายจันทร์จะเข้าดาเนินคดีต่อไปได้หรือไม่
ก. ได้ เพราะเป็นการรับมรดกความจากบิดา
ข. ได้ เพราะเป็นพี่ชายของผู้ตาย
ค. ไม่ได้ เพราะนายอาทิตย์บิดา ไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง
ง. ไม่ได้ เพราะต้องร้องต่อศาลให้อนุญาตรับมรดกความก่อน
ตอบ ค. ( ฏ.๒๓๓๑ / ๒๕๒๑ และ ๕๗๘/ ๒๕๓๕ )

๓๓. นายเป็ด หลอกนายไก่ว่าสามารถนา น.ส.เจี๊ยบ บุตรสาวของนายไก่ เข้าเรียน เป็นผู้ช่วยพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งได้ โดยไม่ต้องสอบคัดเลือกเข้าเรียน โดยนายเป็ดเรียกร้องเอาเงินจากนายไก่ จานวน ๕ หมื่นบาท นายไก่ ตกลงยินยอมและมอบเงินให้ ปรากฏว่านายเป็ดไม่สามารถช่วยเหลือน.ส.เจี๊ยบ ให้เข้าเรียนได้ โดยไม่ปรากฏว่า นายไก่ให้เงินนายเป็ดไปเพื่อให้นายเป็ดนาไปให้แก่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบคัดเลือกให้การทาการอันมิชอบ ข้อใดถูกต้อง
ก. แม้ว่าไม่ปรากฏว่า นายไก่ให้เงินนายเป็ดไปเพื่อให้นายเป็ดนาไปให้แก่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบ
คัดเลือกให้การทาการอันมิชอบ ก็ถือว่าพัวพันกับการกระทาที่ผิดกับนายเป็ดด้วย ดังนั้นนายไก่ จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
ในความผิดฐานฉ้อโกง
ข. นายไก่ เป็นผู้เสียหายคดีฉ้อโกงได้ พราะไม่ปรากฏว่านายไก่ให้เงินนายเป็ดไปเพื่อให้ นายเป็ดนาไปให้แก่เจ้า
พนักงานผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องในการสอบคัดเลือกให้การทาการอันมิชอบ ถือไม่ได้ว่า นายไก่ร่วมกับนายเป็ดติด
สินบน จึงไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกง
ค. นายไก่ มอบเงินให้นายเป็ด เพื่อเข้าเรียน เป็นผู้ช่วยพยาบาล โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก จึงไม่ใช่ผู้เสียหายใน
ความผิดฐานฉ้อโกง แม้นายไก่ถูกหลอกลวง
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก และ ข้อ ค
ตอบ ข. ( ฏ ๒๔๔๐/๑๕๒๕ )

๓๔. ในกรณีผู้ต้องหาเป็นนิติบุคคลให้ออกหมายเรียกผู้จัดการของนิติบุคคลให้ไปยังพนักงานสอบสวน ถ้าหากผู้จัดการไม่ดาเนินการตามหมายเรียกจะต้องดาเนินการเช่นใดกับผู้จัดการนิติบุคคลที่ได้ขัดขืนหมายเรียก ก. ให้ออกหมายเรียกผู้จัดการอีกครั้งหนึ่ง
ข. ให้ออกหมายจับผู้จัดการที่ขัดขืนหมายเรียก ค. ให้ออกหมายจับผู้จัดการที่ขัดขืนหมายเรียก และให้นาบทบัญญัติว่าด้วยปล่อยชั่วคราวใช้แก่ผู้จัดการของนิติบุคคล ง. ห้ามออกหมายจับผู้จัดการที่ขัดขืนหมายเรียก และห้ามมิให้นาบทบัญญัติว่าด้วยปล่อยชั่วคราวใช้แก่ผู้จัดการของนิติ
บุคคล
ตอบ ข. ( ม. ๗ )

๓๕.นายเล็ก เป็นผู้ปลูกต้นพลูบนที่ดินของ นายใหญ่ ต่อมานายใหญ่และพวกร่วมกันตัดต้นพลูที่ นายเล็กปลูก นายเล็กจะไปร้องทุกข์ดาเนินคดีกับนายใหญ่ ในความผิดฐานทาให้เสียทรัพย์ได้หรือไม่
ก. ได้ เพราะนายเล็ก เพราะเป็นเจ้าของต้นพลู
ข. ได้ เพราะนายใหญ่ไม่มีสิทธิตัดต้นพลู ถึงแม้ว่านายใหญ่จะเป็นเจ้าของที่ดินก็ตาม
ค. ไม่ได้ เพราะต้นพลูเป็นไม้ยืนต้น จึงเป็นส่วนควบของที่ดิน นายใหญ่จึงมีกรรมสิทธิ์ในต้นพลู
ง. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข
ตอบ ค. ( ฎ. ๑๓๕๕/๒๕๐๘ )

๓๖.นายลิง และนายหมู ต่างคนต่างประมาทขับรถชนกัน นายลิงได้รับอันตรายสาหัส นายลิงจะเป็นโจทก์ฟ้องนายหมูในความผิดฐานกระทาโดยประมาท เป็นเหตุให้ตนได้รับอันตรายสาหัสได้หรือไม่ เพราะอะไร
ก. ไม่ได้ เพราะต้องเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการ
ข. ไม่ได้ เพราะมีส่วนประมาทด้วย
ค. ได้ เพราะ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
ง. ได้ เพราะ ต่างฝ่ายต่างประมาท
ตอบ ข. ( ฏ ๑๖๐๔/๒๕๐๘ )

๓๗.นายเอก และนายโท ทาพิธีปลุกเสกเหรียญ ร.5 เพื่อให้ได้เลขฉลากกินรวบ ต่อมานายโทได้ ขับรถมารับนายเอก เพื่อไปซื้อหวยใต้ดิน ที่จังหวัดชุมพร เมื่อเดินทางถึง นายเอกมอบเงินให้นายโทเพื่อซื้อหวยใต้ดิน เหตุเพราะหมอไสยศาสตร์ บอกให้รวบรวมเงินให้นายโทไปซื้อ เมื่อถูกหวยจะได้นาเงินส่วนหนึ่งไปทอดผ้าป่า หลังมอบเงินให้นายโทแล้ว นายโทได้เอกเงินหลบหนีไป นายเอกจะร้องทุกข์ดาเนินคดีกับนายโทในความผิดฉ้อโกง ได้หรือไม่ เพราะอะไร
ก. ไม่ได้ นายเอกกับนายโท ร่วมกันเล่นการพนัน นายเอกจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ที่จะร้องทุกข์ได้
ข. ได้ เพราะนายเอกเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานฉ้อโกง
ค. ได้ เพราะความผิดฐานการพนัน กับ ความผิดฐานฉ้อโกงคนละส่วนกัน
ง. ถูกทั้ง ข้อ ข และข้อ ค
ตอบ ก. ( ฏ. ๑๓๕๕/๒๕๐๘ )

๓๘.นายชม จ้างให้นายชื่น ไปล่อซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์จากนายชวน โดยนายชวนทาซ้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของนายชม แต่ทาซ้าเนื่องจากการล่อซื้อของนายชื่น นายชมมีอานาจฟ้องนายชวนในความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ หรือไม่เพราะอะไร
ก. มีอานาจฟ้อง เพราะนายชมเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
ข. มีอานาจฟ้อง เพราะนายชมเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง
ค. ไม่มีอานาจฟ้อง เพราะไม่มีลักษณะเป็นการทาซ้าเพื่อการค้า
ง. ไม่มีอานาจฟ้อง เพราะถือว่านายชมก่อให้นายชวนกระทาผิด
ตอบ ง. ( ฏ. ๔๓๐๑/๒๕๔๓ )

๓๙.น.ส.ซ่า หลอกน.ส.สวย ว่าสามารถพาน.ส.สวยเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ทาให้น.ส.สวยได้รับความเสียหาย เพราะเสียเงินค่าใช้จ่ายแก่น.ส.ซ่า ไป ดังนั้นน.ส.สวย จะไปร้องทุกข์ดาเนินคดีกับน.ส.ซ่า ได้หรือไม่เพราะเหตุใด
ก.ได้ เพราะการกระทาของน.ส.สวยมิใช่การร่วมกระทาผิดกับน.ส.ซ่า
ข.ได้ เพราะ การเดินทางเข้าประเทศบางประเทศไม่ต้องใช้วีซ่า น.ส.สวยอาจเข้าใจผิดว่าเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดย
ไม่ต้องขอวีซ่า น.ส.สวยจึงเป็นผู้เสียหาย
ค.ไม่ได้ เพราะ การกระทาของน.ส.สวยมีส่วนการร่วมกระทาผิดกับน.ส.ซ่า จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
ง. ถูกทั้ง ข้อ ก และข้อ ข
ตอบ ง . ( ฏ. ๑๐๙๐- ๑๐๙๐ / ๒๕๔๒

๔๐. นายก้องยักยอกทรัพย์ของนายกอล์ฟ ที่ สถาบันพรีเมียร์ รามคาแหง ซอยรามคาแหง ๔๓/๑ หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพ พื้นที่สถานีตารวจหัวหมาก เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ ต่อมาวันที่ ๔ พ.ค. ๒๕๕๐ นายกอล์ฟไปทาธุระอยู่ที่จังหวัดสตูล แล้วนึกได้ว่าตนยังมิได้ร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนจึงเข้าไปร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สถานีตารวจเมืองสตูลไว้ ถามว่า การร้องทุกข์ของนายกอล์ฟ ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ก. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะความผิดมิได้เกิดที่จังหวัดสตูล ข. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะนายก้องมิได้มีอยู่หรือถูกจับที่จังหวัดสตูล ค. ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้เสียหายจะร้องทุกข์หรือไม่ก็ได้ ง. ชอบด้วยกฎหมาย เพราะผู้เสียหายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่ใดก็ได้
ตอบ ง. ( ม. ๑๒๓ , ๑๒๔ ) ๔๑ .ข้อใดกล่าวถึงคาร้องทุกข์ ตามประมวลกาหมายวิพิจารณาความอาญาได้ ถูกต้อง ก. หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีผู้กระทาความผิดขึ้น ซึ่งกระทาให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้เสียหาย ข. หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีผู้กระทาความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทาผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทาให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทาผิดได้รับ โทษ ค. หมายความถึง การที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีผู้กระทาความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทาผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทาให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ง. หมายความถึง การที่ผู้เสียหาย หรือผู้กล่าวโทษ ได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ ว่ามีผู้กระทาความผิดขึ้น จะรู้ตัวผู้กระทา ผิดหรือไม่ก็ตาม ซึ่งกระทาให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย
ตอบ ข. ( ม. ๒ )

๔๒. ผู้มีอานาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลคือ ก. พนักงานอัยการ ข. พนักงานฝ่ายปกครองหรือตารวจชั้นผู้ใหญ่ ค. ผู้เสียหาย ง. ทนายความ
ตอบ ก. และ ค. ( ม. ๒๘ )
๔๓. ผู้เยาว์ได้รับคายินยอมจากบิดา ก. ไม่สามารถเข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องคดีอาญาได้ ข. เข้าเป็นโจทก์ร่วมฟ้องคดีอาญาได้ ค. เข้าเป็นโจทก์ของคดีอาญาได้เอง ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค
ตอบ ๔๓. ง

๔๔. ถ้าผู้เสียหายฟ้องคดีแล้วตายลง ผู้ที่จะดาเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปคือ ก. บุตร, ธิดา ข. สามี, ภรรยา ค. บิดา, มารดา ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง. ( ม. ๒๙ )

๔๕. คดีอาญาเลิกกัน ก. เลิกกันโดยยอมเสียค่าปรับในอัตราอย่างสูง ข. เลิกกันโดยการเปรียบเทียบ ค. เลิกกันไม่ได้เพราะเป็นคดีอาญา ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
ตอบ ๔๕ ง. ( ม. ๓๗ )

๔๖. จงพิจารณาว่าข้อใด สิทธินาคดีอาญามาฟ้องจะระงับไป ก. โจทย์ตาย ข. ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้วโจทก์และจาเลยไม่ยอมอุทธรณ์ภายในระยะเวลา ๑๐ วัน ค. คดีลักทรัพย์ โจทก์ยอมความกับจาเลยแล้วถอนฟ้อง ง. โจทก์ถอนฟ้องคดีที่ตนถูกจาเลยหมิ่นประมาท
ตอบ ๔๖ ง. ( ม. ๑๙ )

๔๗.นางเสวียง ได้ซื้อที่ดินมาจากนายประทีป โดยที่ดินดังกล่าวเป็นที่ สปก. โดยที่นายประทีป และนางเสวียงยังไม่ได้เข้าทาประโยชน์ นางเสวียงได้ขออนุญาตต่อ สปก.เข้าทาประโยชน์ ระหว่างนั้น นายสี ได้เข้าไปทากินในที่ดิน สปก.แปลงดังกล่าว นางเสวียงจึงได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดาเนินคดีกับนายสี ฐานบุกรุก ตาม ป.อ.มาตรา ๓๖๒ พนักงานสอบสวนมีอานาจทาการสอบสวนคดีนี้หรือไม่ ก. มีอานาจ เพราะนางเสวียงเป็นผู้เสียหาย ข. มีอานาจ เพราะนางเสวียงได้รับมอบอานาจจากนายประทีปแล้ว ค.ไม่มีอานาจ เพราะนางเสวียงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ง.ไม่มีอานาจ เพราะนายประทีปไม่ได้มาร้องทุกข์ด้วยตนเอง
ตอบ ๔๗. ค.

๔๘. น.ส.ส้ม อายุ ๒๕ ปี ถูกนายเก่งกล่าวถ้อยคาดูหมิ่นประมาทว่า น.ส.ส้มเป็นผู้หญิงขายตัวเป็นเหตุให้ น.ส.ส้มได้รับความเสียหายก่อนที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ ปรากฏว่า น.ส.ส้มได้ขับรถคว่าถึงแก่ความตาย ดังนี้ บุคคลตามข้อใดมีอานาจร้องทุกข์ได้ ก. ปู่ ข. บิดา
ค. ผู้รับบุญธรรม ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข. ( ม. ๒๙ )

๔๙.นายหนึ่ง นายสอง และนายสามได้ทาพิธีปลุกเสกเหรียญรัชกาลที่ ๕ เพื่อให้ได้เลขท้าย ๒ ตัว ของรางวัลที่ ๑ สลากกินแบ่งรัฐบาล เมื่อได้เลข ๙๖ มาแล้ว นายหนึ่ง นายสองและนายสามตกลงกันว่าจะไปซื้อหวยใต้ดิน นายสามได้มอบเงินจานวน
๕๐,๐๐๐ บาท ให้นายสอง เพื่อซื้อหวยใต้ดิน หลังจากมอบเงินให้นายสอง แล้ว นายสอง กับพวกก็หลบหนีไป นายสาม รู้ว่าถูกหลอกจึงได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนมีอานาจรับคาร้องทุกข์หรือไม่ ก. ไม่มีอานาจ เพราะนายสามมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ข. มีอานาจ เพราะนายสามเป็นผู้เสียหาย ค. มีอานาจ เพราะเป็นความผิดต่อแผ่นดิน ง. ไม่มีข้อใดถูก
ตอบ ข้อ ๔๙ ก.

๕๐. คดีอาญาซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้วข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับยื่นคาร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ก) ร้องขอเป็นโจทก์ร่วมได้เฉพาะความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้น ข) จะร้องขอเป็นโจทก์ร่วมได้เฉพาะแต่ผู้เสียหายโดยตรงเท่านั้น ค) ผู้เสียหายร้องขอเป็นโจทก์ร่วมได้ก่อนศาลชั้นต้นมีคาพิพากษา ง) ผู้เสียหายร้องขอเป็นโจทก์ร่วมได้ก่อนคดีเสร็จเด็ดขาด
ตอบ ๕๐ ค.
ข้อสอบ ป.วิ.อาญา มาตรา ๕๗ – ๘๕/๑
ผู้ออกข้อสอบ พ.ต.ท.สัมฤทธิ์ เกษเจริญคุณ พงส.(สบ ๓) สภ.เมืองขอนแก่น
จงเลือกขอที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว
ข้อ ๑.เมื่อดาบตารวจ ป.พบ ส.ผู้ต้องหาซึ่งมีการออกหมายจับไว้แล้ว ในการจับกุม ส. ดาบตารวจ ป.ต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะชอบด้วยกฎหมาย
ก.ต้องมีหมายจับหรือสาเนาหมายจับเท่านั้น
ข.ไม่ต้องมีหมายจับหรือสาเนาหมายจับก็ได้
ค.มีสาเนาหมายจับที่ทาขึ้นโดยการพิมพ์และมีเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อรับรองรองสาเนาถูกต้อง
โดยผู้รับรองนั้นไม่ได้เป็นผู้ออกหมาย
ง.ถูกทุกข้อ
เฉลย ข้อ ง. (ฎีกาที่ ๓๐๓๑/๒๕๔๗)


แนวสอบตำรวจกฎหมายอาญา 60ข้อ ชุด2

แนวข้อสอบประมวลกฎหมายอาญา


๑. นายดำขายปุ๋ยให้แก่นายแดงราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยนายดำออกใบสั่งจ่ายสินค้าเพื่อใช้มารับมอบสินค้าจากคลังสินค้าของนายดำ นายดำมอบใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่นายแสดผู้รับจ้างขนส่งปุ๋ยให้ไปส่งแก่นายแดง นายแสดจ้างนายเทาเป็นผู้ขนส่งไปส่งสินค้าอีกทอดหนึ่ง โดยมอบใบสั่งจ่ายสินค้าให้แก่นายเทาไปรับปุ๋ย นายน้ำเงินต้องการปุ๋ยดังกล่าวในราคาถูกจึงไปซื้อใบสั่งจากนายเทาราคา ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อจะเอาปุ๋ยไปเป็นของตน เมื่อจ่ายเงินและได้รับใบสั่งสินค้าจากนายเทามาแล้ว นายน้ำเงินไปรับปุ๋ยจากคลังสินค้าของนายดำโดยแจ้งพนักงานของนายดำว่า นายน้ำเงินเป็นผู้ขนส่งจะนำปุ๋ยไปมอบให้แก่นายแดง พนักงานของนายดำ จึงมอบปุ๋ยให้นายน้ำเงินไป การกระทำของนายเทาและนายน้ำเงินมีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ฐานใด
ก. นายเทาผิดลักทรัพย์ ส่วนนายน้ำเงินผิดรับของโจร
ข. นายเทาผิดลักทรัพย์ ส่วนนายน้ำเงินผิดฉ้อโกง
ค. นายเทาและนายน้ำเงินผิด ร่วมกันลักทรัพย์
ง. นายเทาและนายน้ำเงินผิด ร่วมกันฉ้อโกง
ตอบ ค. นายเทาและนายน้ำเงินผิด ร่วมกันลักทรัพย์

๒. นายแดงเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ ของนายเอก จำนวน ๒,๐๐๐ บาท มีสัญญากู้ยืมเงินไว้เป็นหนังสือ แล้วนายเอกผิดนัดไม่ชำระ นายแดงไปทวงเงินนายเอกที่บ้านพบนางเหลืองภรรยาของนายเอกอยู่ นายแดงจึงทวงเงินที่นายเอกเป็นหนี้จากนางเหลือง นางเหลืองไม่ยอมชำระ นายแดงจึงยกเอาเครื่องรับโทรทัศน์สี ๑ เครื่อง ไปโดยไม่ทำให้ทรัพย์สินอื่นเสียหาย และบอกนางเหลืองว่าถ้าอยากได้คืนให้นายเอกเอาเงินไปไถ่ แล้วนายแดงก็นำไปไว้ที่บ้านของตน และวันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปที่บ้านของนายแดงพบนายแดงและเครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวที่บ้านของนายแดง การกระทำของนายแดงมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. เรียกค่าไถ่ ข. วิ่งราวทรัพย์
ค. ลักทรัพย์ ง. ไม่มีความผิด
ตอบ ง. ไม่มีความผิดล

๓. นายธรรมขับรถยนต์ของตนไปจอดในสถานีขนส่งจังหวัดขอนแก่น บริเวณที่สถานีขนส่งขอนแก่น จัดไว้บริการจอดรถฟรีสำหรับประชาชนทั่วไป นายอ้วนซึ่งขับสามล้อรับจ้างอยู่ในบริเวณสถานีขนส่งขอนแก่น ได้มาเรียกเก็บเงินจากนายธรรม จำนวน ๒๐ บาท บอกว่าเป็นค่าจอดรถ นายธรรมไม่จ่าย นายอ้วนจึงพูดว่า ถ้าไม่จ่ายค่าจอดรถจะตบแล้วนายอ้วนได้นำเก้าอี้มาขวางกั้นไม่ให้นายธรรม ขับรถยนต์ออกไป การกระทำของนายอ้วนเป็นความผิดฐานใด
ก. กรรโชกทรัพย์ ข.ชิงทรัพย์
ค.พยายามกรรโชกทรัพย์ ง. พยายามชิงทรัพย์
ตอบ ค.พยายามกรรโชกทรัพย์

๔. นายขาว เป็นลูกจ้างรายวันของเทศบาลเทมืองมหาสารคาม มีหน้าที่ขับรถยนต์บรรทุกคนงานไปทำการล้างและซ่อมท่อระบายน้ำ ต่อมาได้ดูดเอาน้ำมันเบนซินไปจากถังน้ำมันของรถยนต์คันที่นายขาวขับไปขาย การกระทำของนายขาวเป็นความผิดฐานใด
ก.ยักยอกทรัพย์ ข.ลักทรัพย์
ค.ลักทรัพย์เป็นของนายจ้าง ง.ถูกทุกข้อ
ตอบ ค.ลักทรัพย์เป็นของนายจ้าง

๕. นายสำรองไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า แล้วต้องการอยากได้โคมไฟตั้งโต๊ะสีแดง ซึ่งทางห้างติดป้ายราคาไว้ ๑,๐๐๐ บาท แต่นายสำรองมีเงินไม่พอ จึงได้แกะป้ายราคาจากโคมไฟสีแดงออก แล้วนำป้ายราคาจากโคมไฟสีดำซึ่งมีราคา ๕๐๐ บาท มาติดโคมไฟสีแดงแทน แล้วนำไปชำระเงิน เมื่อพนักงานเก็บเงิน ดูป้ายราคาแล้ว จึงเก็บเงินค่าโคมไฟจากนายสำรอง จำนวน ๕๐๐ บาท การกระทำของนายสำรองมีความฐานใด
ก.ลักทรัพย์ ข.ยักยอก
ค.ฉ้อโกง ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค.ฉ้อโกง

๖. นายนรินทร์ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า เมื่อพนักงาน รักษาความปลอดภัยเผลอได้นำเอา กล้องดิจิตอล และเครื่องคิดเลข ใส่ในกล่องพัดลม ที่ทางห้างติดป้ายราคาไว้ ๕๕๐ บาท ไฟ แล้วนำไปชำระเงิน เมื่อพนักงานเก็บเงิน ดูป้ายราคาแล้ว จึงเก็บเงินค่าพัดลมจากนายนรินทร์ จำนวน ๕๕๐ บาท การกระทำของนายนิรนทร์มีความฐานใด
ก.ลักทรัพย์ ข.ยักยอก
ค.ฉ้อโกง ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ก.ลักทรัพย์

๗. นายสัก ขับขี่รถจักรยานยนต์ โยมีนายจรัญ นั่งซ้อนท้าย ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มนำมันของนายสุชาติ โดยแจ้งกับนางอรสาภรรยาของนายสุชาติว่า เติมน้ำมันเบนซิน ๕ ลิตร เมื่อเติมน้ำมันเสร็จ นางอรสาขอรับเงินค่าน้ำมัน นายจรัญได้ถือลูกกลม ๆ ในมือให้นางอรสาเห็น แล้วพูดว่า ไม่มีเงินมีไอ้นี่เอาไหม แล้วทั้งสองก็ขี่รถจักรยานยนต์ออกไป การกระทำของนายสักและนายจรัญ เป็นความผิดฐานใด
ก.ร่วมกันชิงทรัพย์ ข. ร่วมกันกรรโชก
ค.ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ ง.ร่วมกันฉ้อโกง
ตอบ ง.ร่วมกันฉ้อโกง

๘. นายชำนาญ ขับรถยนต์ ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มนำมันของนายใจดี โดยแจ้งกับนายรุ่นพนักงานเติมน้ำมันของปั๊มว่าเติมเต็มถัง โดยไม่ได้ดับเครื่องยนต์และฝาปิดถังน้ำมันก็ไม่มีแต่ใช้ผ้าอุดไว้แทน เมื่อนายรุ่นเติมน้ำมันใกล้จะเต็มถัง นาย
ชำนาญพูดว่าไม่มีเงินเดี๋ยวจะเอามาให้ นายรุ่นบอกว่าต้องไปบอกนายใจดีก่อน แต่นายชำนาญก็ขับรถออกไปทันที การกระทำของนายชำนาญ เป็นความผิดอาญาฐานใด
ก.วิ่งราวทรัพย์ ข. ลักทรัพย์
ค.ฉ้อโกง ง.ไม่มีความผิดทางอาญาแต่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง
ตอบ ข. ลักทรัพย์

๙. นายแจ้ง กับ ส.ต.ต.เกรียงไกร และ ส.ต.ท.มานะ กลับจากงานบวชนาคด้วยกัน เมื่อไปถึงทุ่งนา ส.ต.ต.เกรียงไกร บอกว่าจะไปถ่ายเพราะปวดท้องจึงมอบปืนไว้กับ ส.ต.ท.มานะ แล้ว ส.ต.ต.เกรียงไกรก็เดินไปพร้อมกับนายแจ้ง ส่วน ส.ต.ท.มานะก็ไปคุยอยุ่กับพรรคพวก ครู่หนึ่งนายแจ้งกลับมาหา ส.ต.ท.มานะ และหลอกว่า ส.ต.ต.เกรียงไกร ให้มาเอาปืน จะไปธูระ ส.ต.ท.มานะ เห็นว่านายแจ้งกับ ส.ต.ต.เกรียงไกรเป็นเพื่อนกันจึงหลงเชื่อและมอบปืนให้นายแจ้งไป การกระทำของนายแจ้ง เป็นความผิดฐานใด
ก.วิ่งราวทรัพย์ ข. ลักทรัพย์
ค.ฉ้อโกง ง.ยักยอก
ตอบ ข. ลักทรัพย์

๑๐.นายกล้า และนายจ้อย กับพวกอีกห้าคนซึ่งเป็นนักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะศึกษาร้อยเอ็ด ได้ขึ้นรถเมล์พบนายเอ็ม นักศึกษาวิทยาลัยพาณิชยการร้อยเอ็ด ซึ่งนักศึกษาทั้งสองสถาบันมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเป็นประจำ นายกล้าซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ภายในกลุ่ม อยากจะแสดงให้พรรคพวกเห็นว่าตนเก่งและกล้าพอ จึงไปบังคับ ขู่เข็ญ ให้เอ็มถอดเสื้อฝึกงานและแหวนรุ่นทำด้วยโลหะ นายเอ็มกลัวจะถูกทำร้ายจึงถอดเสื้อฝึกงานและแหวนรุ่นให้นายกล้าไป การกระทำของนายกล้า เป็นความผิดฐานใด
ก.วิ่งราวทรัพย์ ข. ชิงทรัพย์
ค. กรรโชก ง. ผิดต่อเสรีภาพ
ตอบ ง. ผิดต่อเสรีภาพ

๑๑. นายสิงห์ ต้องการจะเข้าไปในเมืองแต่ไม่มีรถ ขณะเดียวกันนายเสือขับรถจักรยานยนต์ผ่านมานายสิงห์วานให้นายเสือขับรถไปส่งในเมือง แต่นายเสือไม่ยอมไปส่งนายสิงห์จึงใช้อาวุธปืนจี้บังคับนายเสือพร้อมพูดว่า “ถ้ามึงไม่ไปเอารถมาให้กู” แต่นายเสือก็ไม่ยอมให้รถจักรยานยนต์แก่นายสิงห์ การกระทำของนายสิงห์ เป็นความผิดฐานใด
ก.พยายามชิงทรัพย์ ข. พยายามวิ่งราวทรัพย์
ค. พยายามกรรโชก ง. ผิดต่อเสรีภาพ
ตอบ ง. ผิดต่อเสรีภาพ

๑๒. นายจรัญกับพวก ร่วมกันจับตัว นายสักไปเพื่อเรียกค่าไถ่ ขณะบุตรชายนายสักนำเงินค่าไถ่ไปให้ จำเลยที่ ๑ มีจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๕ ซึ่งเป็นภริยาของจำเลยที่ ๑ กับพวกอีกสามคนในที่นั้นด้วย จำเลยที่ ๔ ได้พูดกับบุตรชายผู้เสียหายว่า “เขาจะเอาเท่าไหร่ก็ให้เขาไปเสีย จะได้หมดเวรหมดกรรมกัน” การกระทำของจำเลยที่ ๔ เป็นความผิดฐานใด
ก. เรียกค่าไถ่ ข. สนับสนุนเรียกค่าไถ่
ค.เป็นคนกลางเรียกรับทรัพย์สินจากผู้ที่จะให้ค่าไถ่ ง. ไม่เป็นความผิดทางอาญา
ตอบ ค.เป็นคนกลางเรียกรับทรัพย์สินจากผู้ที่จะให้ค่าไถ่

๑๓. นายซิงห์ นายราม เป็นเพื่อนกันขึ้นรถโดยสารปรับอากาศชั้น ๑ จากจังหวัดอุดรธานีมุ่งหน้าไปจังหวัดนครราชสีมา ขณะที่รถจอดรับส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งผู้โดยสรจังหวัดขอนแก่น พันตำรวจโท เด่น กับเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่ามีผู้โดยสารลักลอบขนยาเสพติด จึงเข้าตรวจค้นในรถทัวร์ พบนายซิงห์มีพิรุธจึงขอตรวจค้นกระเป๋าถือของนายซิงห์พบเฮโรอีนหนึ่งห่อจึงยึดมาถือไว้ ในขณะนั้นนายซิงห์กลัวความผิดจึงล้วงเอายาเสพติด(ยาบ้า)ที่ซ่อนในกางเกงใส่ปากเคี๊ยว พันตำรวจโท เด่น จึงล้วงเอายาเสพติด(ยาบ้า) ออกจากปากนายซิงห์ยึดเป็นของกลาง ในขณะนั้นเองนายรามเกรงว่านายซิงห์จะต้องรับโทษจึงคว้าเอากระเป๋าถือของนายซิงห์จากพันตำรวจโท เด่น และนำเข้าไปในห้องน้ำรถทัวร์ แล้วเอาเฮโรอินทิ้งลงไปในโถส้วมและกดน้ำทิ้ง พันตำรวจโท เด่น ควบคุมตัวนายซิงห์ นายราม พร้อมยาเสพติด(ยาบ้า)ของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ให้วินิจฉัยว่า นายซิงห์ และ นายราม มีความผิดฐานใด หรือไม่
ก. นายซิงห์และนายรามมีความผิดฐานการทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๒
ข. นายซิงห์และนายรามไม่มีความผิดฐานการทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๒
ค. นายซิงห์ไม่มีความผิดฐานการทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๒ ส่วนนายรามไม่มีความผิดฐานการทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๒
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค.นายซิงห์ไม่มีความผิดฐานการทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๒ ส่วนนายรามไม่มีความผิดฐานการ
ทำลายพยานหลักฐานตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๒

๑๔ นายม่วงคึกคะนองได้ใช้ก้อนหินที่มีขนาดน้ำหนัก ๑ กิโลกรัมเศษและครึ่งกิโลกรัมจำนวนหลายก้อนทุ่มจากสะพานข้ามแม่น้ำซึ่งอยู่สูงจากระดับพื้นน้ำประมาณ ๙ เมตร ลงไปยังเรือโดยสารลำหนึ่งซึ่งมีผู้โดยสารอยู่จำนวนมากขณะที่แล่นลอดใต้สะพาน หินก้อนหนึ่งถูกนายฟ้าผู้โดยสารในเรือถึงขั้นได้รับอันตรายสาหัส หินอีกก้อนหนึ่งกระเด็นไปถูกนายเขียวผู้โดยสารในเรืออีกลำหนึ่งที่แล่นสวนมาถูกบริเวณตาข้างซ้าย ทำให้นายเขียวตาบอด ให้วินิจฉัยว่า นายม่วงมีความผิดฐานใด หรือไม่
ก. ทำร้ายร่างกายฟ้าและนายเขียวจนได้รับอันตรายสาหัส
5
ข. ทำร้ายร่างกายฟ้าจนได้รับอันตรายสาหัสและกระทำโดยประมาทเป็นเหตุนายเขียวได้รับอันตรายสาหัส
ค. พยายามฆ่าฟ้าและทำร้ายร่างกายนายเขียวจนได้รับอันตรายสาหัส
ง. พยายามฆ่าทั้งนายฟ้าและนายเขียว
ตอบ ง.พยายามฆ่าทั้งนายฟ้าและนายเขียว

๑๕ นายเขียว นายม่วง และนายเหลืองไม่ชอบหน้านายฟ้า ระหว่างที่ทั้งสามคนกำลังยืนคุยกันอยู่ นายฟ้าเดินผ่านมาพอดี ทั้งสามคนจึงร่วมกันแกล้งนายฟ้าโดยนายเหลืองมอบปืนให้แก่นายเขียว นายเขียวใช้ปืนกระบอกนั้นยิงลงไปที่พื้นดิน ๑ นัด ในขณะที่นายฟ้ากำลังเดินมาหานายเขียวและอยู่ห่างจากนายเขียว ๒ วา ขณะที่นายเขียวยิงปืน นายม่วงทำหน้าที่ยืนบังอยู่ใกล้ ๆ ไม่ให้บุคคลอื่นเห็นการกระทำของนายเขียว ส่วนนายเหลืองไปดูลาดเลาอยู่ห่างจากจุดที่นาย
เขียวยิงประมาณ ๑๒๐ เมตร โดยจุดนั้นไม่สามารถมองเห็นการยิงปืนได้ ปรากฏว่ากระสุนปืนที่นายเขียวยิงไปที่พื้นดินดังกล่าวถูกนายฟ้าได้รับอันตรายแก่กาย ให้วินิจฉัยว่า นายเขียว นายม่วง และนายเหลือง มีความผิดฐานใด หรือไม่
ก.นายเขียว นายม่วง และนายเหลือง มีความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายฟ้า
ข.นายเขียว และนายม่วง มีความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายฟ้า ส่วนนายเหลืองมีความผิดฐาน เป็น
ผู้สนับสนุนให้ นายม่วงและนายเหลืองทำร้ายร่างกายนายฟ้า
ค.นายเขียว และนายม่วง มีความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายฟ้า ส่วนนายเหลืองไม่มีความผิด
ง.นายเขียวเพียงคนเดียวมีความผิดฐาน ทำร้ายร่างกายนายฟ้า ส่วนนายม่วงและนายเหลืองมีความผิดฐาน เป็น
ผู้สนับสนุน นายม่วงทำร้ายร่างกายนายฟ้า
ตอบ ข.นายเขียว และนายม่วง มีความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายนายฟ้า ส่วนนายเหลืองมีความผิดฐาน เป็น
ผู้สนับสนุนให้ นายม่วงและนายเหลืองทำร้ายร่างกายนายฟ้า

๑๖. นายชัยมีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลสองคัน คือ หมายเลขทะเบียน กข-๑๑ นนทบุรี และหมายเลขทะเบียน กข-๕๕ นนทบุรี ต่อมารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กข-๕๕ นนทบุรี ครบกำหนดต่อทะเบียนประจำปี นายชัยจึงนำแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปี พ.ศ.๒๕๕๑ คันหมายเลขทะเบียน กข-๑๑ นนทบุรี ซึ่งยังไม่ครบเสียภาษีที่เจ้าพนักงานขนส่งจังหวัดนนทบุรี ออกให้ มาถ่ายเอกสารเป็นภาพสีให้ปรากฏข้อความที่มีสี ตัวอักษรและขนาดเหมือนต้นฉบับที่แท้จริง แล้วนำไปติดที่กระจกหน้ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กข-๕๕ นนทบุรี วันเกิดเหตุนายชัยได้ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน กข-๕๕ นนทบุรี มาถึงด้านจุดตรวจ ดาบตำรวจ ชาญ เรียกให้หยุดรถและตรวจพบสำเนาแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ที่ได้จากการถ่ายเอกสารดงกล่าวติดที่กระจกหน้ารถยนต์นั้น ให้วินิจฉัยว่า นายชัยมีความผิดฐานใด หรือไม่
ก. นายชัยความผิดฐานปลอมเอกสารราชการเพียงกระทงเดียว
ข. นายชัยความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอมเพียงกระทงเดียว
ค.นายชัยความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม
ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค.นายชัยความผิดฐานปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม

๑๗. นางสาวระย้าตั้งครรภ์โดยฝ่ายชายไม่ยอมรับเลี้ยง จึงให้นายแพทย์องอาจทำแท้งให้ ปรากฏว่าการทำแท้งไม่สำเร็จเพราะบุตรของนางสาวระย้าคลอดออกมายังมีชีวิตอยู่ แต่นางสาวระย้าได้รับอาการป่วยเจ็บทำงานตามปกติไม่ได้เลยเป็นเวลา ๓๐ วัน ให้วินิจฉัยว่า นายแพทย์องอาจ มีความผิดฐานใด หรือไม่และต้องรับโทษฐานใดหรือไม่
ก. ไม่มีความผิดเพราะนางสาวระย้ายินยอม
ข. มีความผิดฐานพยายามทำให้หญิงแท้งลูกเป็นเหตุให้หญิงนั้นได้รับอันตรายสาหัส แต่ไม่ต้องรับโทษ เพราะกฎหมายยกเว้นโทษให้
ค. มีความผิดฐานพยายามทำให้หญิงแท้งลูกเป็นเหตุให้หญิงนั้นได้รับอันตรายสาหัส และต้องรับโทษตามกฎหมาย
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค.มีความผิดฐานพยายามทำให้หญิงแท้งลูกเป็นเหตุให้หญิงนั้นได้รับอันตรายสาหัส และต้องรับโทษตามกฎหมาย

๑๘. นายต้นถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีอาญา นายต้นกลัวว่า ศาลจะพิพากษาลงโทษจำคุก จึงไปปรึกษานายส่งซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราว ทำหน้าที่เก็บสำนวนคดีอยู่ที่ศาลนั้นซึ่งรู้จักกันมาก่อน นายส่งได้พูดว่ารู้จักผู้พิพากษาในคดีที่นายต้นถูกฟ้อง เคยเสนอสำนวนให้ท่านพิจารณา หากนายต้นให้เงินตน 100,000 บาท ก็จะขอให้ศาลพิพากษารอการลงโทษแก่นายต้น แต่นายส่งมิได้ระบุชื่อผู้พิพากษา นายต้นจึงมอบเงินจำนวน 100,000 บาท แก่นายส่ง ต่อมาศาลพิพากษาลงโทษจำคุกนายต้น นายต้นจึงทราบว่านายส่งมิได้วิ่งเต้นให้ตนเลย เพราะนายส่งไม่เคยรู้จักผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน เหตุที่นายส่งแอบอ้างเพราะเข้าใจว่าคดีประเภทนี้ศาลมักจะรอการลงโทษอยู่แล้ว นายต้นจึงไปต่อว่านายส่งว่าทำให้ตนเสียหายต้องโทษจำคุกและขอเงินคืน นายส่งอ้างว่ามิได้กระทำความผิดแต่อย่างใดและไม่ยอมคืนเงิน 100,000 บาทให้ ให้วินิจฉัยว่า นายส่งจะมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. ฉ้อโกง
ข. ฉ้อโกงโดยอาศัยโฉดเขลาหรือเบาปัญญาของผู้อื่น
ค. เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ง. เรียก รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานโยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย
ตอบ ง.เรียก รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจเจ้าพนักงานโยวิธีอันทุจริตหรือผิดกฎหมาย

๑๙. นายอ้วนกับนายผอมเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อน วันเกิดเหตุนายอ้วนไปท้าทายนายผอมโดยพูดว่า "มึงออกมาต่อยกับกูตัวต่อตัว ถ้าแน่จริง" นายผอมเดินออกจากบ้านไปพบนายอ้วนโดยพกอาวุธปืนสั้นไปด้วย นายอ้วนชักมีดออกมาเพื่อจ้วงแทงนายผอม จึงถูกนายผอมใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงในระยะ 2 เมตร ถูกนายอ้วนที่หน้าอกจำนวน3 นัด นายอ้วนได้รับอันตรายสาหัส ให้วินิจฉัยว่า นายผอมมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก.พยายามฆ่านายอ้วน แต่อ้างบันดาลโทสะและป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้
ข. พยายามฆ่านายอ้วน และอ้างบันดาลโทสะและป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้
ค. ทำร้ายร่างกายนายอ้วนจนได้รับอันตรายสาหัสแต่อ้างป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายได้
ง. ทำร้ายร่างกายนายอ้วนจนได้รับอันตรายสาหัสแต่บันดาลโทสะได้
ตอบ ข. พยายามฆ่านายอ้วน และอ้างบันดาลโทสะและป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายไม่ได้

๒๐. นายดำเป็นลูกจ้างมีหน้าที่รับและจ่ายเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัดแดงก่อสร้าง ซึ่งมีนายแดงเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ นายเขียวลูกหนี้ของห้างฯ สั่งจ่ายเช็คของธนาคารแห่งหนึ่งให้แก่ห้างฯ เพื่อชำระหนี้ โดยนำเช็คไปมอบให้นายดำ นายดำเห็นว่านายแดงไม่อยู่ที่ห้างฯ จึงลงลายมือชื่อของนายดำด้านหลังเช็คแล้วนำตราของห้างฯประทับกำกับลายมือชื่อของนายดำ เพื่อให้พนักงานธนาคารหลงเชื่อว่าเป็นลายมือชื่อสลักหลังเช็คโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนห้างฯ และจะนำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารในวันรุ่งขึ้น แต่ปรากฏว่านายดำป่วยจึงไม่ได้นำเช็คไปเรียกเก็บเงินตามที่ตั้งใจไว้ให้วินิจฉัยว่า นายดำมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใดหรือไม่
ก. ปลอมเอกสารสิทธิ ข. ปลอมเอกสารตั๋วเงิน
ค. ยังไม่มีความผิดเพราะยังไม่นำเช็คไปเรียกเก็บเงิน ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.
ตอบ ง.ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.

๒๑. นายแสบไม่พอใจนายรวยเจ้าหนี้เงินกู้ของตน จึงแอบเข้าไปลักทรัพย์ของนายรวยบริเวณแพริมน้ำซึ่งนายรวยใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้แหวนเพชรมาหนึ่งวง เมื่อนายแสบกลับถึงบ้านแล้ว จึงทราบว่าเป็นแหวนของตนเอง ที่จำนำไว้แก่นายรวย ให้วินิจฉัยว่า นายแสบมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. ลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน ข. บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน
ค. โกงเจ้าหนี้ ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ข.บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน

๒๒. นายชายหลงรักนางสาวหญิง แต่นางสาวหญิงไม่สนใจ คืนวันหนึ่งนายชายเดินผ่านหน้าบ้านนางสาวหญิงเห็นนางสาวหญิงอยู่บ้านคนเดียวจึงเข้าไปหาเพื่อจะลวนลาม นางสาวหญิงตกใจร้องเรียกให้คนช่วย นายชายจึงขู่ไม่ให้ร้อง มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย นางสาวหญิงกลัวจึงหยุดร้องแต่ในขณะนั้นเองสร้อยข้อมือที่นางสาวหญิงใส่อยู่ขาดตกลงบนพื้น นายชายเห็นสร้อยข้อมือของนางสาวหญิงตก จึงก้มลงหยิบแล้วหลบหนีไป ให้วินิจฉัยว่า นายชายมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยขู่เข็ญว่าจะใช้ลังประทุษร้าย
ข. ชิงทรัพย์
ค. ลักทรัพย์เคหสถานในเวลากลางคืน
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ค
ตอบ ง.ถูกทั้งข้อ ก และ ข้อ ค

๒๓. นางดาวทำร้ายร่างกายนายเดือนจนได้รับอันตรายแก่กาย พันตำรวจโทเอกชัย พนักงานสอบสวน จึงจับกุมนางดาวเป็นผู้ต้องหาในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย นางดาวกลัวจะติดคุกจึงขอให้ พันตำรวจโทเอกชัย พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเจ้าของคดีช่วยเหลือตนโดยเสนอเงินให้ห้าแสนบาท เพื่อเป็นค่าทำพยานหลักฐานให้อ่อนช่วยนางดาวให้พ้นผิด ทำให้พันตำรวจโทเอกชัยโกรธจึงแกล้งเปลี่ยนข้อหาเป็นพยายามฆ่าผู้อื่นแล้วทำสำนวนมีความเห็นควรสั่งฟ้องเสนอพนักงานอัยการ ต่อมาพนักงานอัยการได้พิจารณาสำนวนแล้วเห็นว่า
พยานหลักฐานไม่พอฟ้องให้ศาลลงโทษ จึงมีคำสั่งไม่ฟ้องนางดาว ให้วินิจฉัยว่า พันตำรวจโทเอกชัย มีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน
ข. เป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมกระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อแกล้งให้นางดาวได้รับโทษหนักขึ้น
ค. ไม่มีความผิดเพราะมิได้กระทำตามที่นางดาวขอให้ช่วย
ง. ผิดทั้ง ก และ ข
ตอบ ข.เป็นเจ้าพนักงานในการยุติธรรมกระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ เพื่อแกล้งให้นางดาวได้รับโทษหนักขึ้น

๒๔. ระหว่างที่นายกบกับนายเขียดเดินเล่นอยู่ในสวนจตุจักร นายกบเหลือบไปเห็นนายปลาทำนาฬิกาหล่นจึงรีบเดินเข้าไปเก็บ โดยนายเขียดไม่คาดคิดมาก่อนว่านายกบจะทำเช่นนั้น ส่วนนายปลาเมื่อเดินไปได้ไม่ไกลทราบว่านาฬิกาหล่นหายไปจึงเดินกลับมายังจุดที่นายกบและนายเขียดยืนอยู่ เมื่อนายกบเห็นนายปลาเดินกลับมาจึงได้ส่งนาฬิกาให้นายเขียดนำออกไปจากบริเวณนั้น เมื่อนายปลาเดินมาถึงสอบถามว่านายกบเห็นนาฬิกาหรือไม่ นายกบตอบว่าไม่เห็น แล้ว
มองตามหลังนายเขียดไป นายปลาเชื่อว่านายเขียดเอานาฬิกาไป จึงวิ่งตามไปร้องตะโกนว่า "ขโมย ๆ" นายเขียดจึงชกปากนายปลาอย่างแรงแล้วหนีไป ปรากฏว่านายปลาปากแตก ฟันหักสี่ซี่ ให้วินิจฉัยว่า นายกบและนายเขียดมีความผิดฐานใดบ้าง
ก. นายกบผิดลักทรัพย์ นายเขียดผิดรับของโจรและทำร้ายร่างกายนายปลา
ข. ทั้งสองคนผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์
ค. นายกบผิดลักทรัพย์ และสนับสนุนให้นายเขียดทำร้ายร่างกายนายปลา
ง. นายกบผิดยักยอกทรัพย์สินหาย และสนับสนุนให้นายเขียดทำร้ายร่างกายนายปลา
ตอบ ก.นายกบผิดลักทรัพย์ นายเขียดผิดรับของโจรและทำร้ายร่างกายนายปลา

๒๕. ขณะที่เด็กชายตุ๋ยอายุ 5 ปี กำลังวิ่งเล่นอยู่ที่สนามหญ้าในบริเวณรั้วบ้านของนางระเบียบซึ่งเป็นมารดา นายสังเวชซึ่งประสบภาวะการขาดทุนทางการค้าได้เข้าไปอุ้มเด็กชายตุ๋ยไปโดยเด็กชายตุ๋ยยอมไปด้วย จากนั้นนายสังเวชโทรศัพท์ไปถึงนางระเบียบมารดาของเด็กชายตุ๋ย ให้นำเงิน 500,000 บาทใส่ถุงกระดาษไปวางไว้ ณ โบสถ์แห่งหนึ่ง เมื่อได้รับเงินแล้วจะนำตัวเด็กชายตุ๋ยไปส่งคืน นางระเบียบจำเสียงนายสังเวชได้แต่ก็ตอบตกลงและนำเงินไปส่งมอบณ สถานที่นัดไว้ เมื่อได้ตัวเด็กชายตุ๋ยคืนมาแล้ว จึงนำเจ้าพนักงานตำรวจไปจับนายสังเวชได้พร้อมกับเงินของกลางให้วินิจฉัยว่า นายสังเวชมีความผิดฐานใดบ้าง
ก. เรียกค่าไถ่,พรากผู้เยาว์ และบุกรุกเคหสถาน
ข. ผิดเรียกค่าไถ่ อย่างเดียว พรากผู้เยาว์ไม่ผิดเพราะ ด.ช.ตุ๋ย เต็มใจไปด้วย
ค. ผิดเรียกค่าไถ่ อย่างเดียว พรากผู้เยาว์ไม่ผิดเพราะ ด.ช.ตุ๋ย เต็มใจไปด้วย และไม่ผิดบุกรุกเคหสถาน
เพราะเข้าไปในสนามหญ้าเท่านั้น
ง. ข้อ ข และ ค ถูก
ตอบ ก. เรียกค่าไถ่,พรากผู้เยาว์ และบุกรุกเคหสถาน

๒๖. ร้อยตำรวจเอกเก่งและสิบตำรวจเอกขาวขับรถจักรยานยนต์ออกตรวจท้องที่ตามอำนาจหน้าที่ พบนายแดงกำลังขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนรถทั้งสองคันอย่างคึกคะนองด้วยความเร็วสูงบนถนนหลวงจึงได้ให้สัญญาณให้หยุดรถเพื่อตรวจจับ แต่นายแดงและนายดำไม่ยอมหยุดและได้ขับรถจักรยานยนต์หนีไปร้อยตำรวจเอกเก่งและสิบตำรวจเอกขาวจึงขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามจนทันและจับกุมตัวนายแดงไว้ได้แต่ยังไม่ได้แจ้งข้อหา ครั้นร้อยตำรวจเอกเก่งเผลอนายแดงได้หลบหนีไป ให้วินิจฉัยว่า นายแดง มีความผิดฐานใดหรือไม่
ก.ต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่
ข.หลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา
ค. ถูกทั้ง ก และ ข
ง. ผิดทั้ง ก และ ข
ตอบ ค. ถูกทั้ง ก และ ข

๒๗. นายก้างกับนายกรอบยืนดักคอยล้วงกระเป๋าผู้ที่เข้าไปพักผ่อนหย่อนใจและชมการแสดงดนตรีใน
สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ขณะนั้นนางสาวผุดผ่องกำลังยืนดูดนตรีกับนายกล้ามคนรัก นายก้างบอกให้นายกรอบเข้าไปกระตุกสร้อยคอของนางสาวผุดผ่องที่ห้อยออกมานอกเสื้อ นายกรอบทำท่าลังเล นายก้างจึงเข้าไปกระตุกสร้อยคอวิ่งหนีไป ส่วนนายกรอบถูกนายกล้ามจับตัวไว้ จึงร้องตะโกนเรียกให้นายก้างช่วย นายก้างจึงย้อนกลับไปใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมาขู่นายกล้ามว่า หากไม่ยอมปล่อยตัวนายกรอบจะแทงให้ตาย นายกล้ามกลัวจึงปล่อยตัวนายกรอบไป ให้วินิจฉัยว่า นายก้างและนายกรอบมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. นายก้างผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ส่วนนายกรอบผิดชิงทรัพย์
ข. ทั้งสองคนผิดฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์
ค. ทั้งสองคนผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์
ง. ผิดทุกข้อ
ตอบ ค. ทั้งสองคนผิดฐานร่วมกันชิงทรัพย์

๒๘. นายแสงชัย นายอำเภอสาระขัณฑ์ ถูกตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่าประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ นายสมศักดิ์ ปลัดอำเภอในอำเภอดังกล่าวซึ่งถูกคณะกรรมการเรียกไปเป็นพยาน ได้ให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการว่า ตนได้ยินข่าวลือว่านายแสงชัยชอบเรียกนางสาวขวัญใจผู้ใต้บังคับบัญชาเข้าไปอยู่ในห้องนายอำเภอตามลำพังในเวลาเช้าและหลังเวลาราชการเกือบทุกวัน เคยได้ยินข้าราชการในอำเภอพูดกันมากว่านายอำเภอและนางสาวขวัญใจมีความสัมพันธ์ถึงขั้นได้เสียกัน ต่อมานายชวลิตนักข่าว เขียนข่าวลงในหนังสือพิมพ์ว่านายอำเภอสาระขัณฑ์ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนในเรื่องความประพฤติ พยานใกล้ชิดระดับปลัดอำเภอให้ถ้อยคำยืนยันชนิดดิ้นไม่หลุดว่า
นายอำเภอได้เสียกับผู้ใต้บังคับบัญชาในห้องทำงานเป็นประจำ งานนี้ตำแหน่งนายอำเภอคงสั่นคลอนอย่างแน่นอนให้วินิจฉัยว่า นายสมศักดิ์และนายชวลิตมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. นายสมศักดิ์ผิดฐาน หมิ่นประมาท ส่วน นายชวลิตผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
ข. นายสมศักดิ์ไม่มีความผิดหมิ่นประมาท ส่วนนายชวลิตผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร
ค. นายสมศักดิ์มีความผิดหมิ่นประมาท ส่วนนายชวลิตไม่มีผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร
ง. ทั้งนายสมศักดิ์ และนายชวลิต ไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาท
ตอบ ข. นายสมศักดิ์ไม่มีความผิดหมิ่นประมาท ส่วนนายชวลิตผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร

๒๘. ร้อยตำรวจเอกสมยศ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ออกตรวจท้องที่ โดยมีนายสาราษฎรซึ่งเป็นสายลับของร้อยตำรวจเอกสมยศแต่งกายคล้ายตำรวจพกอาวุธปืนและกุญแจมือติดตามไปด้วย นายสาพบนายทับคู่อริซึ่งเคยขายยาบ้า
จึงเข้าทำการจับกุมตรวจค้นตัว และใส่กุญแจมืออย่างตำรวจ นายทับวิ่งหนี นายสาจึงใช้อาวุธปืนที่นำติดตัวมายิงนายทับตาย ร้อยตำรวจเอกสมยศจะจับนายสา นายสากลัวความผิดจึงขอร้องให้ร้อยตำรวจเอกสมยศช่วยตนโดยทวงบุญคุณที่นายสาเคยช่วยเหลือไว้ ร้อยตำรวจเอกสมยศจึงช่วยนายสาโกยเลือดนายทับที่อยู่ในที่เกิดเหตุและนำศพนายทับบรรทุกรถยนต์ไปทิ้งที่อื่นเพื่ออำพรางคดี
ให้วินิจฉัยว่า ร้อยตำรวจเอกสมยศจะมีความผิดต่อเจ้าพนักงานและความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ฐานใด หรือไม่
ก. ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ข. ทำลายพยานหลักฐานในการกระทำความผิด เพื่อช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษหรือได้รับโทษน้อยลง
ค. ย้ายศพเพื่อปิดบังการตาย
ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ ง.ถูกทุกข้อ

๒๙. นายหนึ่งต้องการฆ่านายสองจึงไปดักซุ่มยิงนายสอง เมื่อนายสองมาถึงจุดที่นายหนึ่งดักซุ่มอยู่ในระยะห่างประมาณ 20 เมตร นายหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงนายสองหลายนัด กระสุนปืนนัดแรกถูกบริเวณคอด้านหน้าขวาและบริเวณชายโครงขวาด้านหน้า ทั้งสองแห่งมีบาดแผลขนาด 0.5 เซนติเมตร ไม่มีความลึก ซึ่งเป็นบาดแผลที่รักษาหายภายใน 7 วัน ทั้งนี้เพราะกระสุนปืนไม่มีความรุนแรงที่จะทำให้นายสองตายได้ เพราะอาวุธปืนกำลังอ่อนปรากฏว่ากระสุนปืนอีกนัดหนึ่งเลยไปถูกนายสามที่ใบหน้าเป็นเหตุให้ดวงตาข้างซ้ายปิดบวมช้ำ ต่อมาอีก 5 วันดวงตาข้างซ้ายนั้นบอด ให้วินิจฉัยว่า นายหนึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด หรือไม่
ก.พยายามฆ่าผู้อื่นแต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
ข. พยามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
ค. ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ง. ทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตอบ ข. พยามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนแต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้

๓๐. นายเดชตัดเลขหมายประจำแชสซีของรถยนต์โตโยต้าออก แล้วตัดเลขหมายประจำแชสซี
ของรถยนต์ฮอนด้ามาเชื่อมต่อไว้แทน เอาป้ายทะเบียนรถยนต์ฮอนด้าที่ทางราชการออกให้ไปติดใช้กับ
รถยนต์โตโยต้าซึ่งป้ายทะเบียนหลุดตกหายไป และเอาแผ่นป้ายแสดงการเสียภาษีรถยนต์ประจำปีที่แท้จริงของรถยนต์ฮอนด้าไปติดไว้ที่กระจกหน้ารถยนต์โตโยต้าซึ่งมิได้เสียภาษีรถยนต์ประจำปี แล้วนำรถยนต์โตโยต้าไปใช้งานเพื่อให้คนหลงเชื่อว่ารถยนต์โตโยต้าคันดังกล่าวมีเลขหมายประจำแชสซี หมายเลขป้ายทะเบียนตามที่นายเดชทำและเสียภาษีรถยนต์ประจำปีถูกต้องแล้วให้วินิจฉัยว่า นายเดชมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด หรือไม่
ก. ฐานปลอมเอกสารและปลอมเอกสารราชการ
ข. ใช้เอกสารปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม
ค. ผิดทั้ง ข้อ ก.และ ข.
ง. ไม่ผิดทั้ง ข้อ ก.และ ข.
ง.ไม่ผิดทั้ง ข้อ ก.และ ข.

๓๑. นายแก่น นายกล้า และนายเขียววางแผนจะไปปล้นทรัพย์ที่บ้านนายรวยโดยตกลงกันว่า ให้นายแก่น
เป็นผู้เข้าไปควบคุมและทำร้ายนายรวย เพื่อความสะดวกในการปล้นทรัพย์ หากขัดขืนก็ให้ฆ่านายรวยได้ คืนต่อมาทั้งสามคนได้เข้าไปในบ้านของนายรวย นายแก่นตามหานายรวยไม่พบ เพราะนายรวยแอบไปอยู่บนหลังคาบ้านเมื่อนายกล้าและนายเขียวเอาทรัพย์ไปจนเป็นที่พอใจแล้ว ขณะที่กำลังจะออกจากบริเวณบ้าน สุนัขของนายรวยเห่านายแก่นกับพวก นายแก่นจึงเอาอาวุธมีดที่นำติดตัวไปด้วย ฟันสุนัขของนายรวยตาย
ให้วินิจฉัยว่า นายแก่น นายกล้า และนายเขียวมีความผิดฐานใด หรือไม่
ก. ปล้นทรัพย์ ข. ร่วมกันลักทรัพย์
ค. ร่วมกันบุกรุก ง. ข้อ ข และ ค ถูก
ตอบ ง.ข้อ ข และ ค ถูก

๓๒. นายมืดแอบเข้าไปลักโคของนายขาวจากฝูงในขณะที่นายขาวเผลอ หลังจากที่นายมืดลักโคไปได้
ประมาณ 10 นาที นายขาวทราบจึงออกติดตามไปในทันที อีกสองชั่วโมงต่อมาก็ตามไปทัน นายมืดใช้อาวุธปืนยิงขู่เพื่อไม่ให้นายขาวติดตาม โคของนายขาวตกใจเพราะเสียงปืนจึงวิ่งหนีเข้าไปในป่าบริเวณนั้น ส่วนนายมืดหลบหนีไปอีกทางหนึ่ง ให้วินิจฉัยว่า นายมืดมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด หรือไม่
ก. ลักทรัพย์ ข. พยามยามลักทรัพย์
ค. ชิงทรัพย์ ง. พยายามชิงทรัพย์
ตอบ ค.ชิงทรัพย์

๓๓. นายมืดแอบเข้าไปลักโคของนายขาวจากฝูงในขณะที่นายขาวเผลอ หลังจากที่นายมืดลักโคไปได้
ประมาณ 10 นาที นายขาวทราบจึงออกติดตามไปในทันที อีกสองชั่วโมงต่อมาก็ตามไปทัน นายมืดใช้อาวุธปืนยิงขู่เพื่อไม่ให้นายขาวติดตาม โคของนายขาวตกใจเพราะเสียงปืนจึงวิ่งหนีเข้าไปในป่าบริเวณนั้น ส่วนนายมืดหลบหนีไปอีกทางหนึ่ง นายขาวตามหาโคอยู่หลายวันแต่ไม่พบ นายเหลี่ยมเพื่อนบ้านจึงหลอกนายขาวว่าตนทราบว่านายมืดนำโคไปซ่อนไว้ ณ ที่ใด หากนายขาวประสงค์จะได้โคคืน จะต้องนำเงินค่าไถ่ไปให้นายมืด 5,000 บาท ซึ่งความจริงแล้วนายเหลี่ยมไม่ทราบว่าโคอยู่ ณ ที่ใด และไม่เคยรู้จักนายมืด นายขาวหลงเชื่อ จึงมอบเงินให้นายเหลี่ยมไป ให้วินิจฉัยว่า นายเหลี่ยมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานใด หรือไม่
ก.รับของโจร ข.ฉ้อโกง
ค.ไม่มีความผิดทางอาญา เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ข.ฉ้อโกง

๓๔. นายเด่น นายกเทศมนตรี มีหน้าที่ควบคุมและรับผิดชอบการบริหารราชการทั้งปวงภายในเขตเทศบาลได้ประกาศเรียกประกวดราคาจ้างถมดินอ่างเก็บน้ำ ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถมชนะการประกวดราคาในราคาต่ำสุดและเป็นราคาต่ำกว่าราคากลางที่ทางราชการกำหนดไว้ นายเด่นจึงลงนามในสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดชำนาญถมเป็นผู้รับจ้างและได้ออกคำสั่งแต่งตั้งนายดวงซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัสดุ มีหน้าที่ดูแลรักษาและสั่งอนุญาตใช้รถยนต์ของเทศบาล เป็นกรรมการตรวจรับงานจ้างถมดินอ่างเก็บน้ำ นายดวงได้โอกาสจึงเข้าเป็นผู้รับเหมางานช่วงจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถมโดยนำรถยนต์บรรทุกของทางราชการไปใช้ขนดินให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถมจนเสร็จตามสัญญา ข้อเท็จจริงปรากฏว่านายเด่นและนายดวงเป็นหุ้นส่วนประเภทจำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด ชำนาญถมให้วินิจฉัยว่า นายดวงมีความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานใดหรือไม่
ก. เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษาทรัพย์ใดใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่
เทศบาล
ข.เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเอง
หรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น
ค. ข้อ ก และ ข. ถูก
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค. ข้อ ก และ ข. ถูก

๓๕. นายจิตต้องการขโมยร่มของนายใจ แต่ไม่มีโอกาสที่จะไปหยิบร่มนั้นด้วยตนเอง นายจิตจึงไปหลอกนายจอมว่าร่มของนายใจเป็นของนายจิต ขอให้นายจอมช่วยหยิบส่งมาให้โดยจะให้เงินค่าจ้าง นายจอมหลงเชื่อ จึงหยิบร่มของนายใจส่งให้แก่นายจิต แล้วนายจิตก็เอาร่มนั้นไป ให้วินิจฉัยว่า นายจอมและนายจิตมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. นายจอมผิดฐานลักทรัพย์ผู้อื่น ส่วนนายจิตผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้นายจอมผิดฐานลักทรัพย์ผู้อื่น
ข. นายจอมไม่มีความผิด ส่วนนายจิตผิดฐานลักทรัพย์ผู้อื่น
ค. ทั้งนายจอมและนายจิตผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ผู้อื่น
ง. ผิดทุกข้อ
ตอบ ข.นายจอมไม่มีความผิด ส่วนนายจิตผิดฐานลักทรัพย์ผู้อื่น

๓๖. นายหนึ่งปลูกข้าวไว้ในที่นาของตนซึ่งอยู่ติดกับถนนสาธารณะ ขณะนั้นเป็นฤดูฝน นายหนึ่งเกรงว่า
หากฝนตกหนักน้ำจะท่วมที่นาของตนทำให้ข้าวที่ปลูกไว้ตาย นายหนึ่งจึงขุดถนนสาธารณะข้างที่นาของตนเพื่อทำเป็นทางระบายน้ำจากที่นาลงหนองน้ำสาธารณะ นอกจากนั้น นายหนึ่งยังถ่อเรือเข้าไปตัดใบบัวที่งอกขึ้นเองในหนองน้ำนั้นเพื่อให้น้ำไหลสะดวกหากฝนตก และนายหนึ่งเห็นอยู่แล้วว่ามีต้นข้าวขึ้นสูงจะออกรวงอยู่แล้วปะปนอยู่ระหว่างกอบัวและนายหนึ่งทราบดีว่านายสองผู้เป็นชาวนาเป็นคนปลูกต้นข้าวนั้น ปรากฏว่าต้นข้าวของนายสองถูกนายหนึ่งตัดขาดไปหลายต้น ให้วินิจฉัยว่า นายหนึ่งมีความรับผิดฐานใดหรือไม่
ก. ทำให้เสียทรัพย์ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์
ข. ทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นพืชผลของกสิกร
ค. มีความผิดตามข้อ ก และ ข แต่อ้างว่ากระทำผิดด้วยความจำเป็นได้
ง. ข้อ ก และข้อ ข ถูก
ตอบ ง.ข้อ ก และข้อ ข ถูก

๓๗. นายชัยมีความประสงค์ที่จะขายที่ดินพร้อมบ้านไม้สักสองชั้นของตนให้แก่นายชม แต่นายชัยเกิดป่วยหนักไม่สามารถดำเนินการเองได้ จึงตั้งใจจะทำหนังสือมอบอำนาจให้นายชาญจัดการแทน นายชัยเพียงแต่ลงลายมือชื่อของตนในหนังสือมอบอำนาจ และมอบหมายให้นายชาญกรอกข้อความเอง แต่นายชัยถึงแก่ความตายเสียก่อนมีการกรอกข้อความ นายชาญจึงนำหนังสือมอบอำนาจที่นายชัยเพียงแต่ลงลายมือชื่อไว้ไปกรอกข้อความว่า นายชัยมอบอำนาจให้นายชาญขายที่ดินพร้อมบ้านไม้สักสองชั้นให้แก่นายชม ซึ่งตรงตามความประสงค์ของนายชัย ทั้งที่นายชาญรู้ว่านายชัยถึงแก่ความตายแล้ว และนำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปให้นายชม โดยที่นายชมไม่รู้ว่านายชัยถึงแก่ความตายวันต่อมา นายชาญและนายชมนำหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวไปยื่นแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมบ้านไม้สักสองชั้นให้แก่นายชม ให้วินิจฉัยว่า นายชาญมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ข. ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกส่ารสทธิปลอม
ค. ใช้เอกสารสิทธิปลอม ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ข. ปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกส่ารสทธิปลอม

๓๘. นายยอดประสงค์จะเช่าซื้อรถยนต์คันหนึ่ง จากบริษัทยานยนต์ จำกัด ซึ่งตนสามารถเช่าซื้อได้ในราคาถูกจึงชวนนายยิ่งให้ไปเช่าซื้อรถยนต์คนละคัน เพราะทราบมาว่านายยิ่งต้องใช้รถยนต์รับส่งลูกไปโรงเรียน ขณะนั้นนายยิ่งเพิ่งเสียการพนันเป็นเงินจำนวนมาก เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงแกล้งตอบตกลงและไปทำสัญญา โดยนายยอดไม่ทราบความในใจของนายยิ่งว่าโดยใจจริงแล้วไม่คิดจะเช่าซื้อเลย ต่อมาเมื่อได้รับมอบรถยนต์ตามสัญญาแล้ว นายยิ่งก็นำรถยนต์ไปขายให้นายดำทันที ส่วนนายยอดเอง เมื่อผ่อนชำระราคาเช่าซื้อได้เพียง 8 งวด ก็ไม่สามารถผ่อนส่งต่อไปได้ จึงแอบนำรถยนต์ไปขายให้นายเขียวแล้วหลบหนีไป ให้วินิจฉัยว่า นายยอดและนายยิ่งมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. ทั้งสองคนไม่มีความผิดทางอาญา เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง
ข. ทั้งสองคนมีความผิดฐานยักยอก
ค. ทั้งสองคนมีความผิดฐานยักยอก
ง. นายยอดผิดฐานยักยอก ส่วนนายยิ่งผิดฐานฉ้อโกง
ตอบ ง.นายยอดผิดฐานยักยอก ส่วนนายยิ่งผิดฐานฉ้อโกง

๓๙. นายเอกชวนนางสาวสมร อายุ ๑๖ ปี ซึ่งเป็นคนรักไปเที่ยวชายทะเลด้วยกัน โดยนายเอกมิได้ขออนุญาตนายโทบิดาของนางสาวสมร จนกระทั่งสองยามจึงพานางสาวสมรกลับบ้าน นายโทโกรธจึงต่อว่านายเอกว่า เป็นผู้ชายที่ชอบหลอกลวงผู้หญิงไปกระทำอนาจาร เป็นเสือผู้หญิงไว้ใจไม่ได้ ต่อหน้านางสาวสมรและนางแต๋ว เด็กรับใช้ โดยทราบดีว่าข้อความที่ตนกล่าวไม่เป็นความจริง นายเอกรู้สึกอายจึงนอนคิดทบทวนแล้วตัดสินใจที่จะฟันแขนเทียมทั้งสองข้างที่
นายโทใช้แทนแขนจริงมานานแล้ว เช้าวันรุ่งขึ้นจึงไปดักซุ่มอยู่ที่หน้าบ้าน พอนายโทออกจากบ้านมา นายเอกใช้อาวุธมีดฟันแขนเทียมของนายโททั้งสองข้างจนขาด เป็นเหตุให้นายโทไม่อาจใช้แขนทำงานตามปกติได้ถึง 40 วัน เพราะต้องรอทำแขนเทียมอันใหม่เสร็จ ให้วินิจฉัยว่า นายเอกและนายโทมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก.ทำร้ายร่างกายนายโทจนได้รับอันตรายสาหัส
ข.ทำร้ายร่างกายนายโทจนได้รับอันตรายสาหัสโดยไตร่ตรองไว้ก่อน
ค.ทำให้เสียทรัพย์
ง.ข้อ ข และข้อ ค ถูก
ตอบ ง.ข้อ ข และข้อ ค ถูก

๔๐. นางสาวแดงรู้ความลับเกี่ยวกับความประพฤติมนทางชู้สาวของนางสวยนายจ้างของตนกับชายอื่น และเล่าความลับดังกล่าวให้นายดำฟัง ต่อมานายดำได้แอบโทรศัพท์ไปหานางสาวสวยขู่ว่าจะนำความลับนี้ไปเปิดเผยให้สามีของนางสวยทราบเว้นแต่นางสวยจะเลิกกีดกันนางสาวแดงกับตนและยอมให้ตนเข้าไปหานางสาวแดงได้ทุกเวลา นางสวยกลัวคำขู่ของนายดำจึงตอบตกลงและยอมให้นายดำเข้าไปในบ้านในเวลาต่อมา ให้วินิจฉัยว่านายดำมีความผิด ฐานใด
ก.กรรโชก
ข.รีดเอาทรัพย์
ค.ผิดต่อเสรีภาพ นางสวย ตาม ป.อ.มาตรา ๓๐๙ วรรคหนึ่ง
ง.ข้อ ก และ ค.ถูก
ตอบ ค.ผิดต่อเสรีภาพ นางสวย ตาม ป.อ.มาตรา ๓๐๙ วรรคหนึ่ง
๔๑.นายตึ๋งจดทะเบียนสมรสกับนางแดงที่สำนักงานทะเบียนอำเภอเมืองอุดรธานี และอยู่กินด้วยกันที่จังหวัดอุดรธานี ต่อมานางตึ๋งและนางติ๋วได้ไปขอจดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักทะเบียนอำเภอเมืองมหาสารคาม โดยนายตึ๋งแจ้งต่อนายทะเบียนว่าจนไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน นายทะเบียนจึงบันทึกไว้เป็นหลักฐานในการขอจดทะเบียนสมรสว่านายตึ๋งไม่เคยจดทะเบียนสมรสมาก่อน แล้วได้จดทะเบียนให้นายตึ๋งและนางติ๋วไป ให้วินิจฉัยว่านายตึงมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. แจ้งความเท็จ ตาม ป.อ.มาตรา ๑๓๗
ข.แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จตาม ป.อ.มาตรา ๒๖๗
ค. ข้อ ก และ ข ถูก
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค. ข้อ ก และ ข ถูก

๔๒. นายอาทิตย์ลืมโทรศัพท์มือถือไว้บนรถโดยสารประจำทาง มารู้ตัวเมื่อรถประจำทางออกจากป้ายไปแล้ว นายอาทิตย์จึงได้โทรศัพท์สาธารณะโทรไปยังเลขหมายโทรศัพท์มือถือของตน นายจันทร์พนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถประจำทางคันดังกล่าวได้ยินสัญญาณโทรศัพท์มือถือดังขึ้น จึงเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือของนายอาทิตย์ นำไปมอบให้นายอังคารพนักงานขับรถประจำทางคันดังกล่าวพร้อมแจ้งว่าเป็นของผู้โดยสารลืมไว้ นายอังคารรับไว้แล้วเก็บไว้ในช่องลิ้นชักเก็บของรถประจำทาง ส่วนนายอาทิตย์ได้ว่าจ้างรถจักรยานยนต์ไล่ตามรถประจำทางไปทันกันที่ปลายระยะทางรถประจำทาง แล้วขึ้นไปสอบถามหาโทรศัพท์มือถือของตนกับนายจันทร์ นายจันทร์ปฏิเสธไม่เห็น นายอาทิตย์จึงไปสอบถามนายอังคาร นายอังคารบอกว่าไม่ทราบให้ไปถามนายจันทร์ นายอาทิตย์จึงถามนายจันทร์อีกครั้ง นายจันทร์ปฏิเสธว่าไม่เห็นพร้อมเปิดกระเป๋าสะพายที่สะพายอยู่ให้นายอาทิตย์ค้น นายอาทิตย์ค้นดูแล้วไม่พบโทรศัพท์มือถือของตนจึงลงจากรถประจำทางไป
ให้วินิจฉัยว่านายจันทร์และนายนายอังคารมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก.ทั้งสองคนมีความผิดฐานร่วมกันยักยอก
ข.ทั้งสองคนมีความผิดฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์สินหาย
ค.ทั้งสองคนมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์
ง.ทั้งสองคนมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ
ตอบ ง.ทั้งสองคนมีความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ

๔๓. นายฉวยหัวขโมย ขณะกำลังมองหาเหยื่ออยู่ได้เหลือบเห็นนายฉัตรยืนอยู่บนบันได้รถโดยสารประจำทาง ซึ่งกำลังติดไฟแดงอยู่ริมถนน นายฉวยจึงเข้าไปดึงนายฉัตรลงมาจากรถแล้วล้วงเอาธนบัตรฉบับละ ๕๐๐ บาท ที่อยู่ในรกระเป๋าของนายฉัตรแล้ววิ่งหลบหนีไป ให้วินิจฉัยว่านายฉวยมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก.วิ่งราวทรัพย์ ข.ชิงทรัพย์
ค.ชิงทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค.ชิงทรัพย์ในยวดยานสาธารณะ

๔๔. นายหนึ่งและนายสองเป็นเพื่อนรักกันมาก คนทั้งสองไปพบ นางสาวสวย อายุ ๑๙ ปี ในงานเลี้ยงที่บ้านเพื่อน นายหนึ่งและนายสองไปจีบนางสาวสวยด้วยกัน นางสาวสวยรู้สึกชอบนายหนึ่ง แต่แสดงท่าทีรังเกียจนายสอง นายหนึ่งและนายสองจึงปรึกษากันว่าจะทำให้ได้ร่วมประเวณีกับนางสาวสวยทั้งสองคน นายหนึ่งชวนนางสาวสวยไปคุยในห้องนอนและร่วมประเวณีกับนางสาวสวยด้วยความยินยอมของนางสาวสวย เสร็จแล้วนายหนึ่งออกจากห้องนอนกลับบ้านไปโดยแง้มประตูไว้เพื่อเปิดโอกาสให้นายสอง แต่เมื่อนายสองเข้าไปในห้องนอนจะร่วมประเวณีกับนางสาวสวย
นางสาวสวยขัดขืนไม่ยินยอม นายสองจึงใช้กำลังบังคับ นางสาวสวยสู้แรงนายสองไม่ได้นายสองจึงกระทำชำเรานางสาวสวยสำเร็จ ให้วินิจฉัยว่านายหนึ่งมีความผิดฐานใด
ก. เป็นตัวการร่วมกับนายสองข่มขืนกระทำชำเรา นางสาวสวย
ข. โทรมหญิง
ค. เป็นเป็นผู้สนับสนุนให้นายสองข่มขืนกระทำชำเรา นางสาวสวย
ง. ไม่มีความผิด
ตอบ ค. เป็นเป็นผู้สนับสนุนให้นายสองข่มขืนกระทำชำเรา นางสาวสวย

๔๕. นายหนูเช่าตึกแถวเลขที่ ๒๒๓ เปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวตอนกลางวัน ส่วนกลางคืนนายเสือไปนอนที่อื่นไม่มีคนอยู่อาศัยในห้องนั้น แต่มีห้องติดกันซึ่งเป็นตึกแถวเดียวกัน มีนายแมวเช่าอาศัยอยู่ ต่อมานายหนูประสบภาวะขาดทุน นายหนูได้ใช้นำมันเบนซินราดร้านขายก๋วยเตี๋ยวของตนแล้วจุดไฟเผาโดยหวังเงินประกัน นายแมวไม่ทราบความประสงค์ของนายแมว จึงเข้าช่วยดับไฟและถูกไฟลวกถึงแก่ความตาย
การกระทำของนายหนู มีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. วางเผลิงเผาโรงเรือนที่มีคนอยู่อาศัย ตาม ป.อ.มาตรา ๒๑๘(๑)
ข. วางเพลิงเผาทรัพย์ เป็นเหตุให้นายแมวถึงแก่ความตาย
ค. ข้อ ก และ ข ถูก
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ค. ข้อ ก และ ข ถูก

๔๖. นายตะวันโกรธแค้นนายเมฆศัตรูของตน จึงตกลงใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไปฆ่านายเมฆโดยใช้อาวุธปืนยิง ระหว่างที่นายตะวันกำลังตามหาปืนของตนที่ทำหาย นายหมอกศัตรูอีกคนหนึ่งของนายเมฆซึ่งไม่ทราบว่านายตะวันตั้งใจจะฆ่านายเมฆอยู่แล้ว ได้ไปว่าจ้างนายตะวันให้ไปฆ่านายเมฆ นายตะวันตกลงตามที่นายหมอกว่าจ้างเพราะอยากได้เงินค่าจ้างและตนก็ตกลงใจที่จะฆ่านายเมฆอยู่ก่อนแล้ว ไม่ว่านายหมอกจะมาว่าจ้างตนหรือไม่ ทั้งนี้นายหมอกได้ให้นายตะวันยืมปืนไปใช้ฆ่านายเมฆด้วย เมื่อนายตะวันพบนายเมฆจึงแอบเดินตามหลังนายเมฆและชักปืนออกมาจากเอวเพื่อจะยิงนายเมฆโดยที่ยังมิทันยกปืนจ้องยิงไปทางนายเมฆ นายตะวันถูกพลเมืองดีเข้าขัดขวางเสียก่อน จึงไม่สามารถยิงนายเมฆได้ ให้วินิจฉัยว่านายตะวันและนายหมอกผิดฐานใด
ก.ทั้งสองคนยังไม่มีความผิด
ข. นายตะวันผิดฐานพยามยามฆ่านายเมฆโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนนายหมอกมีความผิดฐานเป็น
ผู้ใช้ให้นายตะวันฆ่านายเมฆ
ค.นายตะวันยังไม่มีผิด ส่วนนายหมอกมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้นายตะวันฆ่านายเมฆ
ง.นายตะวันผิดฐานพยามยามฆ่านายเมฆโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ส่วนนายหมอกมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้
และเป็นผู้สนับสนุน
ตอบ ก.ทั้งสองคนยังไม่มีความผิด

๔๗. สิบตำรวจเอกมานพออกตรวจท้องที่โดยมีนายมานิตย์คนว่างงานขอตามไปด้วย ระหว่างทางพบนายมาโนชแบกเลื่อยยนต์ผ่านมา สิบตำรวจเอกมานพอยากได้จึงแกล้งกล่าวหาว่านายมาโนชกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ซึ่งไม่
เป็นความจริง นายมาโนชไม่ยอม นายมานิตย์จึงบอกนายมาโนชว่าตนเป็นร้อยตำรวจเอกหากไม่ยอมให้ยึดเลื่อยยนต์จะจับกุม นายมาโนชจำยอมให้คนทั้งสองยึดเลื่อยยนต์ที่ตนได้มาโดยชอบไป สิบตำรวจเอกมานพและนายมานิตย์นำเลื่อยยนต์ไปขายเอาเงินมาแบ่งกัน ให้วินิจฉัยว่า สิบตำรวจเอกมานพ เป็นความผิดฐานใดหรือไม่
ก. เป็นเจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจนายมาโนชให้ยอมมอบทรัพย์ให้แก่ตน
ตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๘
ข.เจ้าพนักงานมีหน้าที่ดูแลทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือของผู้อื่นโดยทุจริต ตาม
ป.อ.มาตรา ๑๔๗
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ก. เป็นเจ้าพนักงานใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจนายมาโนชให้ยอมมอบทรัพย์ให้แก่ตน ตาม ป.อ. มาตรา ๑๔๘

๔๘. ห้างหุ้นส่วนจำกัดพายุขนส่ง เป็นผู้รับขนส่งน้ำยางพาราให้กับบริษัทร่ำรวยจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัดพายุขนส่งได้ให้นายแสงลูกจ้างของตนขับรถยนต์บรรทุกน้ำยางพาราไปรับน้ำยางพาราเต็มคันรถจากบริษัทร่ำรวยจำกัด เพื่อนำส่งที่ท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดระหว่างทางนายแสงพบนายเดชซึ่งเป็นเพื่อน จึงชวนนายเดชร่วมกันขนเอาน้ำยางพาราดังกล่าวไประหว่างการขนส่งและนำไปจำหน่ายให้บุคคลอื่นแล้วเอาเงินไปแบ่งกัน ให้วินิจฉัยว่านายแสงและนายเดชมีความผิดฐานใด
ก.ร่วมกันลักทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง
ข.นายแสงผิดฐาน ลักทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ส่วนนายเดชผิดฐานร่วมกัน
ลักทรัพย์
ค.นายแสงผิดฐาน ลักทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ส่วนนายเดชผิดฐานร่วมกัน
ลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ
ง. ร่วมกันยักยอก
ตอบ ข.นายแสงผิดฐาน ลักทรัพย์ที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง ส่วนนายเดชผิดฐานร่วมกัน ลักทรัพย์

๔๙. นายแดงเป็นศัตรูกับนายดำ วันหนึ่งเห็นนายดำยืนอยู่ที่ท่าน้ำข้างเรือลำหนึ่งนายแดงหยิบเอาก้อนอิฐขว้างปานายแดง นายแดงหลบทันก้อนอิฐไม่ถูกนายแดง แต่นายแดงเซไปกระแทกข้างเรือศีรษะแตก รักษา ๗ วัน และก้อนอิฐยังพลาดไปถูกนาเหลืองซึ่งยืนอยู่ใกล้กับนายดำเป็นเหตุให้นายเหลืองเสียหลักตกลงไปในน้ำ แต่มีพลเมืองดีช่วยนำนายเหลืองขึ้นจากน้ำ นายเหลืองหมดสติและถึงแก่ความตายเพราะขาดอากาศหายใจเพราะการตกลงไปในน้ำ นั้น ให้วินิจฉัยว่านายแดงมีความผิดฐานใด
ก.พยายามทำร้ายร่างกายนายดำและกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้นายเหลืองถึงแก่ความตาย
ข. ทำร้ายร่างกายนายดำและฆ่านายเหลืองโดยไม่เจตนา
ค. ทำร้ายร่างกายนายดำและฆ่านายเหลืองโดยเจตนา
ง. พยายามทำร้ายร่างกายนายดำและส่วนต่อนายเหลืองไม่มีความผิดเพราะเป็นอุบัติเหตุ
ตอบ ข. ทำร้ายร่างกายนายดำและฆ่านายเหลืองโดยไม่เจตนา

๕๐. นายปลากับนายเต่าต่างเป็นลูกค้าเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคาร เมื่อวันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๓ นางสาวกุ้งเจ้าหน้าที่การเงินของธนาคาร นำเงินฝากของนายปลาไปเข้าบัญชีเงินฝากของนายเต่าโดยผิดพลาด ทำให้เงินในบัญชีเงินฝากของนายเต่าซึ่งมีเงินอยู่เพียง ๓๐,๐๐๐ บาท เพิ่มขึ้นเป็น ๙๐,๐๐๐ บาท ต่อมาวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๕๓ นายเต่าตรวจสอบยอดในบัญชีของตน เห็นว่ามียอดคงเหลือกว่าที่เป็นจริงถึง ๖๐,๐๐๐ บาท จึงรีบใช้บัตรเอทีเอ็มของตนถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝาก จำนวน ๖๕,๐๐๐ บาท ให้วินิจฉัยว่านายเต่ามีความผิดฐานใด
ก.ยักยอก ตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๒ ข.ยักยอก ตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๒ วรรคสอง
ค.ฉ้อโกง ง.ลักทรัพย์
ตอบ ข.ยักยอก ตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๒ วรรคสอง

๕๑. นายหนึ่ง นายสอง และนายสาม ร่วมกันเข้าไปในร้านค้าของนายเขียว ขู่ว่าจะทำร้ายนายเขียวเพื่อบังคับเอาเงินจากนายเขียวจำนวน หนึ่งล้านบาท แต่นายเขียวไม่มีเงินสด นายหนึ่งจึงบังคับให้ให้นายเขียวส่งจ่ายเช็คเงินสดให้แทน จากนั้นนายสามจึงรีบนำเงินไปเบิกจากธนาคาร ส่วนนายหนึ่งและนายสองอยู่ที่ร้านของนายเขียวควบคุมตัวนายเขียวมิให้แจ้งอายัดเช็คในระหว่างนั้น เมื่อนายสามได้รับเงินตามเช็คฉบับดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งให้นายหนึ่งและนายสองทราบทางโทรศัพท์มือถือ แล้วนายหนึ่งและนายสองได้รีบหลบหนีจากร้านค้าของนายเขียวไป ให้วินิจฉัยว่านายหนึ่งนายสองและนายสาม มีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. ปล้นทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
ข.กรรโชกและหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
ค.พยายามปล้นทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
ง.พยายามกรรโชกและหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย
ตอบ ก. ปล้นทรัพย์และหน่วงเหนี่ยวกักขังให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

๕๒. นายมกรา นายกุมภา และนายมีนา กับพวกอีกหลายคนร่วมกันเล่นการพนันที่บ้านของนายมกรา นายกุมภาเป็นฝ่ายเล่นได้ ส่วนนายมกราเป็นฝ่ายเล่นพนันเสียเงินจนหมด นายมกรา ต้องการเล่นการพนันต่อไป จึงเอาสร้อยคอทองทำหนัก ๒ บาท จำนำนายกุมภาไว้เป็นเงิน ๘,๐๐๐ บาท เมื่อเลิกเล่นพนันกันแล้ว พวกที่มาเล่นต่างทยอยกันกลับไป คงเหลือนายมกรา นายกุมภาและนายมีนา ขณะที่นายกุมภาออกจากบ้านไปนายมกราได้พูดขอสร้อยคอทองคำที่ตนจำนำไว้คืน นายกุมภาพูดว่าให้เอาเงินมาไถ่ ทันใดนั้นนายมกราได้กระชากเอาสร้อยคอทองคำที่นายมกราจำนำไว้ซึ่งสวมอยู่ที่คอนายกุมภาจนสร้อยคอทองคำขาดติดมือนายมกราไป ให้วินิจฉัยว่านายมกราจะมีความผิดฐานใด
ก.วิ่งราวทรัพย์ ข.ลักทรัพย์
ค.โกงเจ้าหนี้ ง.ไม่มีความผิด
ตอบ ง.ไม่มีความผิด

๕๓. นายสีกับนางสาร่วมกันออกเงินปลูกบ้านเพื่อใช้อยู่อาศัยกลางทุ่งนาห่างไกลจากบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้อื่น ต่อมานายสีโกรธนางสา จึงวางเพลิงเผาบ้านหลังดังกล่าว เป็นเหตุให้บ้านหลังดังกล่าวถูกเพลิงไหม้หมดได้รับความเสียหายเป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท
ก.วางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัย
ข.กระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น
ค.ทำให้เสียทรัพย์
ง.ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก
ตอบ ค.ทำให้เสียทรัพย์

๕๔. นายหอยออกเช็คผู้ถือสั่งจ่ายเงินจำนวน ๓๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ให้นายปู ระหว่างเดินทางกลับบ้าน นายปูถูกนายปลาล้วงกระเป๋าใส่เงินไป เมื่อนายปลาเปิดกระเป๋าเงินพบเช็คดังกล่าว นายปลาไม่ทราบว่าจะเอาเช็คไปเบิกเงินจากธนาคารได้อย่างไร จึงไปเล่าเรื่องบอกวิธีการที่ได้เช็คมาให้นายกุ้งฟัง นายกุ้งบอกว่าตนรู้วิธีเอาเช็คไปเบิกเงินจากธนาคาร นายปลาจึงจ้างนายกุ้งให้ไปเบิกเงิน เมื่อนายกุ้งนำเช็คไปยื่นต่อธนาคารและเซ็นชื่อตนเองที่ด้านหลังเช็คก็ถูกตำรวจจับกุม ดังนี้ นายกุ้งมีความผิดฐานใด
ก.รับของโจร
ข.เอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่นในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ค. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก
ง.ไม่มีความผิด
ตอบ ค. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก

๕๕. ร้อยตำรวจโทสมศักดิ์จับกุมนางพริ้งได้พร้อมโพยสลากกินรวบจึงตั้งข้อหาเล่นการพนันสลากกินรวบนางพริ้งร้องขอร้อยตำรวจเอกสมชายซึ่งเป็นเจ้านพนักงานตำรวจสถานีตำรวจเดียวกันแต่ไม่ได้ร่วมจับกุมและมิใช่พนักงานสอบสวนในคดีนั้นให้ช่วยเหลือไม่ให้ถูกดำเนินคดี ร้อยตำรวจเอกสมชายได้เรียกเงินจากนางพริ้ง จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท นำไปให้ร้อยตำรวจโทสมศักดิ์เพื่อให้ปล่อยตัวนางพริ้ง เมื่อร้อยตำรวจโทสมศักดิ์ได้รับเงิน จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาทแล้วได้ปล่อยตัวนางพริ้งไปโดยไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนี้ร้อยตำรวจเอกสมชาย มีความผิดฐานใด
ก. ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ป.อ.มาตรา ๑๕๗
ข.เจ้าพนักงานรับสินบน ตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๙ และ ไม่กระทำการในตำแหน่งอันเป็นการมิ
ชอบ เพื่อจะช่วยนางพริ้งมิให้ต้องรับโทษ ตาม ป.อ.มาตรา ๒๐๐
ค. สนับสนุนให้ร้อยตำรวจโทสมศักดิ์กระทำผิดฐานรับสินบน และ ปล่อยตัวนางพริ้งโดยมิ
ชอบ ตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๙, ๒๐๐,๘๖
ง. ถูกทั้งข้อ ก และข้อ ข
ตอบ ค. สนับสนุนให้ร้อยตำรวจโทสมศักดิ์กระทำผิดฐานรับสินบน และ ปล่อยตัวนางพริ้งโดยมิชอบ ตาม ป.อ.มาตรา ๑๔๙, ๒๐๐,๘๖

๕๖. นายร้อยกู้เงินนายพันไป จำนวนสองหมื่นบาทแล้วไม่ชำระ นายพันจึงเดินทางไปทวงหนี้นายร้อย และได้พบนายร้อยระหว่างทาง นายพันจึงทวงหนี้นายร้อยได้ขอดูสัญญากู้ แล้วฉีกสัญญากู้เพื่อจะไม่ต้องชำระเงินแก่นายพัน พอนายร้อยฉีกสัญญากู้ออกเป็นสองชิ้นนายพันได้แย่งสัญญากู้ไว้ได้ก่อนที่นายร้อยจะฉีกอีกต่อไปอีก และเมื่อนำมาต่อกันแล้วสัญญากู้ยังมีข้อความสมบูรณ์ แล้วนายร้อยได้กลับบ้านไปนำเงินจำนวนสองหมื่นบาทมาชำระหนี้นายพันเรียบร้อย ดังนี้ นายร้อยมีความผิดฐานใดหรือไม่
ก. ทำให้เสียทรัพย์ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๘
ข. ทำลายเอกสารของผู้อื่น ตาม ป.อ.มาตรา ๑๘๘
ค. ไม่มีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตาม ป.อ.มาตรา ๓๕๘ เพราะเอกสารยังสามารถนำมา
ต่อกันคืนได้และข้อความยังสมบูรณ์ และไม่ผิดฐานทำลายเอกสารของผู้อื่น ตาม ป.อ.
มาตรา ๑๘๘ เพราะต่อมานายร้อยได้นำเงินมาชำระเงินกู้นายพันจนครบจำนวนแล้วจึง
ไม่เกิดความเสียหาย
ง. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก
ตอบ ง. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก

๕๗. นายแสงเห็นบ้านนางสาวสวยปิด เข้าใจว่าไม่มีคนอยู่ในบ้านเพราะทราบว่าบ้านหลังนี้มีนางสาวสวยอยู่เพียงคนเดียว จึงปีนเข้าไปทางหน้าต่างเพื่อลักทรัพย์ แต่นางสาวสวยยังนอนอยู่ในบ้าน เมื่อได้ยินเสียงคนเข้ามาจึงแอบดูเห็นนายแสงยืนอยู่ที่ประตูห้องนอนจึงร้องขอความช่วยเหลือนายแสงตกใจวิ่งหนีออกจากบ้านพอดี ร้อยตำรวจโทสำราญผ่านมานางสาวสวยได้แจ้งให้จับกุมตัวนายแสงไว้ได้ ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนนายแสงให้การต่อร้อยตำรวจโทสำราญพนักงานสอบสวนว่า นายแสงเป็นคู่รักของนางสาวสวยเคยแอบได้เสียกันมาก่อนที่เข้าไปในบ้านพักของนางสาวสวยในวันเกิดเหตุก็เพื่อร่วมหลับนอนประสาคู่รัก ซึ่งเป็นความเท็จ ให้วินิจฉัยว่า นายแสงมีความผิดฐานใด
ก.บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน,พยายามลักทรัพย์ และหมิ่นประมาท
ข.บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนและพยายามลักทรัพย์ เท่านั้นส่วนหมิ่นประมาทไม่เป็นความผิด
เพราะให้การในฐานะผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้
ค.บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนเท่านั้น ส่วนพยายามลักทรัพย์ยังไม่เป็นความผิดเพราะยังอยู่เพียง
ขั้นตระเตรียมการยังไม่ถึงขั้นลงมือ และไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทเพราะให้การในฐานะ
ผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้
ง. บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน และหมิ่นประมาท ส่วนพยายามลักทรัพย์ยังไม่เป็นความผิดเพราะ
ยังอยู่เพียงขั้นตระเตรียมการยังไม่ถึงขั้นลงมือ
ตอบ ก.บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน,พยายามลักทรัพย์ และหมิ่นประมาท

๕๘. นายน้อยไปเที่ยวงานเทศกาลที่ทุ่งศรีเมือง วันนั้นฝนตกจึงตรงเข้าไปพูดขอยืมร่มที่นายมากถืออยู่ นายมากไม่ยอมให้ นายน้อยแย่งร่มจากนายมาก นายากแย่งคืนมาได้ นายน้อยแย่งไปได้อีก แล้วพูดว่า “ถ้าเอ็งมีอาวุธกูแทงเสียแล้ว” ขณะพูดนายน้อยได้ใช้มือล้วงใต้เสื้อตรงขอบกางเกงหน้าท้องของนายน้อย แล้วนายน้อยก็พาร่มหลบหนีไป ดังนี้นายน้อยจะมีความผิดฐานใด
ก. วิ่งราวทรัพย์ ข.ชิงทรัพย์
ค.ลักทรัพย์ ง.ไม่มีข้อถูก
ตอบ ก. วิ่งราวทรัพย์

๕๙. นายเหลืองได้ทราบว่านายม่วงชอบแอบดูบุตรสาวของนายเหลืองอาบน้ำ จึงประสงค์จะใช้มีดปลายแหลมแทง
นัยน์ตาของนายม่วงให้บอด เมื่อนายเหลืองเดินเข้าไปใกล้นายหานายม่วงห่างประมาณครึ่งเมตรได้ใช้มีดดังกล่าวแทงไปที่ตาของนายม่วงแต่ไม่ถูก ปลายมีดเฉี่ยวโหนกแก้มของนายม่วงเป็นผลให้ผิวหนังบริเวณโหนกแก้มนายม่วงถลอกเล็กน้อย ดังนี้นายเหลืองจะมีความผิดอาญาฐานใดหรือไม่
ก. พยายามทำร้ายนายม่วงให้ได้รับอันตรายสาหัส
ข. พยายามทำร้ายร่างกายนายม่วงให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ค. พยายามทำร้ายร่างกายนายม่วงให้ได้รับอันตรายสาหัสแต่ไม่สามารถบรรลุผลได้อย่างแน่แท้
ง. ทำร้ายร่างกายนายม่วงจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ
ตอบ ข. พยายามทำร้ายร่างกายนายม่วงให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

๖๐. นายเฉลิม เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนกวดวิชาแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๓ เวลาประมาณ ๑๙.๐๐ น.เศษ หลังจากนักเรียนคนอื่นกลับบ้านหมดแล้ว ได้ร่วมประเวณีกับ ด.ญ.อ้อน อายุ ๑๔ ปี เศษซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนที่มาเรียนพิเศษกับนายเฉลิม จนสำเร็จความใคร่หนึ่งครั้ง การกระทำของนายเฉลิมเป็นความผิดฐานใดหรือไม่
ก. กระทำชำเราผู้อื่น ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗
ข. กระทำชำเราผู้อื่น ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗ และต้องรับโทษหนักขึ้นเนื่องจากเป็นการกระทำต่อ
ศิษย์ที่อยู่ในความดูแล ตาม ป.อ.มาตรา ๒๘๕
ค. ไม่มีความผิดเพราะ ด.ญ.อ้อน ยินยอม
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ ก. กระทำชำเราผู้อื่น ตาม ป.อ.มาตรา ๒๗๗